"นิกร" เสนอสูตรคำนวณ "ส.ส." มีปัดเศษ ให้พรรคเล็กมีที่ยืน

"นิกร" เสนอสูตรคำนวณ "ส.ส."  มีปัดเศษ ให้พรรคเล็กมีที่ยืน

ชาติไทยพัฒนา - ภูมิใจไทย จับมือเสนอร่างกม.ลูกแก้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ยึดโมเดล ปี 54 - คงคะแนนปัดเศษ หวังให้สิทธิ พรรคเล็ก-พรรคเฉพาะทาง ได้ที่ยืน-สิทธิเข้าสภาฯ

        นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา  ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ต่อการเตรียมแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขระบบเลือกตั้ง ว่า ตนได้คุยกับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และแลกเปลี่ยนความเห็น เบื้องต้นมีประเด็นที่เห็นในทางเดียวกัน คือ การนำระบบคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ใช้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2554 โดยมีรายละเอียดคือให้นำคะแนนที่เลือกพรรคการเมืองทุกพรรคทั่วประเทศรวมกัน หารด้วยจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อให้ได้คะแนนที่พึงมีของ ส.ส. 1 คน เช่น เมื่อหารคะแนนได้คะแนนพึงมี 3.5แสนคะแนน จะเท่ากับพรรคไหนที่ได้คะแนนดังกล่าวจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ทั้งนี้การหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ จะใช้คะแนนพึงมีด้วยจำนวนเต็มเพื่อหาส.ส.ก่อน 

        นายนิกร กล่าวด้วยว่า กรณีดังกล่าวหากได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ครบ 100 คน ให้คิดคะแนนจากเศษคะแนน โดยให้สิทธิทุกพรรค นำคะแนนเศษจัดลำดับอันดับสูงสุด เพื่อคำนวณหาส.ส.ที่เหลือ เพื่อให้ครบจำนวน 100  คน ซึ่งกรณีดังกล่าวจะทำให้พรรคขนาดเล็ก หรือพรรคเฉพาะทาง เช่น พรรคชาวนา, พรรคครู , พรรคแรงงาน มีสิทธิได้ที่นั่งในสภา เช่น พรรคชาวนา ที่ได้คะแนนรวมทั้งประเทศ 3 แสนคะแนน จะมีสิทธิได้รับการจัดอันดับดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เพื่อให้พรรคเฉพาะทาง หรือพรรคขนาดเล็กมีที่ยืนในสภา และเพื่อประโยชน์ทางการเมืองจะพัฒนา

 

 

 

 

        นายนิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยอมรับว่าต้องแก้ไข ประเด็นการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) เพราะเป็นความผิดพลาดที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำไว้ โดยไม่ถามพรรคการเมือง แม้ระบุว่าจะทำตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้พิจารณาอย่างกว้างขวาง แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำไพรมารี่โหวต และเมื่อระบุไว้ทำให้มีปัญหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานยาก และอึดอัด

 

           “การแก้ไขพ.ร.ป.พรรคการเมือง มีภาคบังคับให้แก้ไข เพราะมาตรา 51(2) ระบุจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขให้มี 100 คน  ส่วนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง คือให้มีกรรมการสรรหา นอกจากนั้นได้ยึดเนื้อหาฉบับที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กำหนด ให้ใช้เขตจังหวัด แทนการกำหนดให้ใช้เขตเลือกตั้ง  เช่น ในกฎหมายที่บังคับใช้ พบว่าบางจังหวัดมี 10 เขตเลือกตั้ง ต้องทำไพรมารี่โหวตทุกเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งขั้นต้น ผู้สมัคร ต้องหาสมาชิกประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกรณีผู้สมัครจัดหาให้เลือก ไม่ใช่ประชาชนเลือกผู้ลงสมัคร อีกทั้ง การกำหนดให้มีสมาชิก 100 คนเลือกผู้สมัคร ถูกตั้งคำถามว่าจะเป็นตัวแทนประชาชนทั้งจังหวัด ซึ่งกรณีที่เตรียมแก้ไขสามารถส่งเสริมการมีส่วนร่วมได้” นายนิกร กล่าว.