ราคาน้ำมันดิบผันผวนจากความต้องการใช้น้ำมันที่คาดจะสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบผันผวนจากความต้องการใช้น้ำมันที่คาดจะสูงขึ้น

จากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐฯ ท่ามกลางการเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและการประชุมโอเปค

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 63-68 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 66-71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

162244990594

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 31 พ.ค.4 มิ.ย. 64)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นช่วงที่มีกิจกรรมการเดินทางมากที่สุดตลอดปีและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่องจากความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนจึงส่งผลให้มีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ตลาดยังคงได้รับแรงสนับหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในประเทศแถบเอเชียและความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจและการประชุมโอเปคในสัปดาห์นี้

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูการขับขี่ซึ่งจะเริ่มขึ้นหลังวันหยุดยาว Memorial Day ในวันที่ 31 พ.ค. สมาคมรถยนต์แห่งอเมริกาคาดการณ์จำนวนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงวันหยุด Memorial Day ปีนี้อยู่ที่ 37 ล้านคนเพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อนหน้าและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนตั้งแต่เดือน มิ.ย. 63 ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลงจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 21 พ.ค. 64 ปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 484.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1 ล้านบาร์เรล
  • การเดินทางระหว่างประเทศในประเทศสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นหลังรัฐสภายุโรปประกาศอนุมัติการใช้วัคซีนพาสปอร์ต (EU Digital COVID Certificate) สำหรับการเดินทางภายในประเทศกลุ่มสมาชิกได้โดยไม่ต้องกักตัวมีผลวันที่ 1 ก.ค. ส่งผลให้ยอดจองโรงแรมในยุโรปในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 64 เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 60% ของยอดจองโรงแรมก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตามหลายประเทศในยุโรปเริ่มมีการผ่อนคลายการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วแม้ว่าการใช้วัคซีนพาสปอร์ตจะเริ่มมีผลใช้ในเดือน ก.ค. 64
  • ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเอเชียที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่น เวียดนามได้ประกาศขยายพื้นที่การใช้มาตรการล็อคดาวน์ในเขตพื้นที่ตอนเหนือของประเทศหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อ ในขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบางพื้นที่จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. ไปเป็นวันที่ 14 มิ.ย. และเพิ่มพื้นที่การใช้มาตรการดังกล่าวอีกใน 4 จังหวัด
  • ตลาดยังคงจับตาการรื้อฟื้นข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและ 6 ประเทศมหาอำนาจ โดยประเทศที่เกี่ยวข้องในข้อตกลงนี้มีความพยายามเจรจาเพื่อหาทางออกของมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านโดยสหรัฐฯ แม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปจากการจัดการประชุมหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้ซึ่งจัดมาแล้ว 5 ครั้ง แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้อตกลงเกี่ยวประเด็นนี้จะได้ข้อสรุปก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านในช่วงเดือน มิ.ย. 64 ซึ่งอิหร่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิตราว 1-2 ล้านบาร์เรลต่อวันถ้าหากสหรัฐฯประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
  • นักลงทุนจับตาผลการประชุมของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรในวันที่ 1 มิ.ย. 64 (OPEC and Non-OPEC Ministerial Meeting 17th) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดน้ำมัน ติดตามการผลิตน้ำมันดิบของแต่ละประเทศตามข้อตกลงของกลุ่ม รวมถึงทบทวนข้อตกลงการปรับเพิ่มกำลังการผลิตที่ได้มีมติร่วมกันเมื่อช่วงเดือน เม.ย. 64 โดยภาพรวมปริมาณการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยสุทธิยังคงน้อยกว่าระดับความต้องการใช้น้ำมันที่คาดว่าจะฟื้นตัว จึงไม่ส่งผลกดดันต่อตลาดมากนัก
  • เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจีน เดือน พ.ค. 64 รายงานยอดขายปลีกยูโรโซน เดือน เม.ย.64 ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน เดือน พ.ค. 64 ดัชนีคาดการณ์ตัวเลขเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ เดือน พ.ค. 64

 

 สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 28 พ.ค. 64)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 66.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.19 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 69.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 67.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ความต้องการใช้น้ำมันได้รับแรงสนับสนุนจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในหลายประเทศส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างมากโดยเฉพาะประเทศในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ที่มีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์แล้วในหลายพื้นที่ นอกจากนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศอินเดียมีสัญญาณดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันมีแนวโน้มลดลง  อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลจากความเป็นไปได้ของการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านจากการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านโดยสหรัฐฯ