กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (31 พ.ค.64)

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (31 พ.ค.64)

31 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน: แนวโน้มฟื้นตัวต่อ

ตลาดน่าจะมีแรงไปต่อได้

ในสัปดาห์ที่แล้ว (24-28 พฤษภาคม) ดัชนี SET ฟื้นตัวในระดับปานกลางตามที่เราระบุไว้ในบทวิเคราะห์รายสัปดาห์ เนื่องจาก i) ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของ Fed หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ออกมาแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่าเงินเฟ้อในปัจจุบันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน และยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ii) มีความคาดหวังด้านบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากการที่ประเทศพัฒนาแล้วเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ประกอบกับสัญญาณบวกจากตัวเลข Markit flash PMIs เดือนพฤษภาคม iii) ความคาดหวังต่อการฉีดวัคซีนในประเทศไทย หลังจากที่ ศบค. และ กทม. ตัดสินใจปรับระบบการลงทะเบียนรับวัคซีน โดยเน้นให้ความสำคัญกับพื้นที่กรุงเทพ ก่อน โดยในวันที่ 27 พฤษภาคมวันเดียว มีประชาชนกว่า 1 ล้านคนทำการลงทะเบียนรับวัคซีน ทั้งนี้ หลังจากที่ผลประกอบการ 1Q64 ของบริษัทในตลาดหุ้นไทยออกมาดีเกินคาด เรามองว่ามีแนวโน้มที่บริษัทในตลาดหุ้นไทยจะถูกปรับเพิ่มประมาณการอีกแม้ว่าสถานการณ์การะบาดของ COVID-19 จะเลวร้ายลงก็ตาม

สำหรับในสัปดาห์นี้ (31 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน) เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มดัชนี SET จากปัจจัยดังต่อไปนี้ ปัจจัยแรกคือ ยอดผู้ได้รับวัคซีนในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพ น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมิถุนายนจากการปรับระบบลงทะเบียนใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้เกิดความหวัง
ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวใน 2H64 ปัจจัยที่สองคือ โมเมนตั้มของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นบวก ซึ่งเห็นสัญญาณจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของกลุ่มประเทศหลักอย่างเช่น สหรัฐ และประเทศในยุโรป โดยตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาในสัปดาห์นี้น่าจะช่วยยืนยันแนวโน้มการฟื้นตัวดังกล่าว ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมจะยังคงอยู่ในขาขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตลาดจะยังคงผันผวนมาก จากการที่ผู้เล่นในตลาดจับตาดูสัญญาณของนโยบายการเงินโลกจากการประชุม FOMC (วันที่ 16 มิถุนายน) และการประชุม ECB (วันที่ 10 มิถุนายน)

ติดตามกระแสข่าว COVID-19 ในประเทศไทย และข้อมูลมหภาคสำคัญของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

(+) ความคืบหน้าในการลงทะเบียนรับวัคซีนของคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะตลาด และแนวโน้มการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทั้งนี้ กทม. จะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่จุดกระจายวัคซีนนอกโรงพยาบาล 26 แห่งในวันที่ 7 มิถุนายน

(0/+) ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งได้แก่ final PMIs และการจ้างงานของสหรัฐ รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดของการกระจายวัคซีน และยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มประเทศหลัก ทั้งนี้ ประเทศหลัก ๆ ส่วนใหญ่กำลังจะพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

(0/+) การประชุมคณะรัฐมนตรีของไทย และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาในช่วง 2H64 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ พรก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งตามการคำนวณโดยกระทรวงการคลังจะช่วยหนุนให้ GDP ปี 2564 ขยายตัวเพิ่มอีก 0.5%

เปลี่ยนโหมดไปถือหุ้นในธีม re-opening, ท่องเที่ยว และหุ้น domestic plays

เนื่องจากหุ้นธีม re-opening และ domestic plays กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสถานะการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค และการคมนาคม โดยเราชอบหุ้น large-cap ที่ราคาหุ้นยังล้าหลังอยู่อย่างเช่น CPALL*, CPN*, MAJOR* และ AOT* ทั้งนี้ เราปรับลดมุมมองบวกที่มีต่อหุ้น global cyclical ลงและเน้นเฉพาะบริษัทที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น อย่างเช่น PTTEP* ในขณะเดียวกัน เรายังคงชอบหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล อย่างเช่น BCH* และ CHG* ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากทั้งการตรวจ, การรักษา, และการกระจายวัคซีน COVID-19 ใน 2H64