เกษตรฯเร่งหาวัคซีนสกัด ’โรคโค-กระบือ’ เพิ่ม 3 แสนโดส

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) กระทรวงเกษตรฯ ส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน 60,000 โดส ให้กรมปศุสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในพื้นที่ เตรียมจัดหาอีก 3 แสนโดส ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีส่งมอบวัคซีน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน ล็อตแรก 60,000 โดส เพื่อควบคุม ป้องกันการระบาดของโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ และช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า สถานการณ์โรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ที่ระบาดในพื้นที่หลายจังหวัด มีสัตว์ป่วยรวม 10,023 ตัวและตาย 93 ตัวนั้น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยและกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ในการควบคุมโรค ทั้งได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรโดยพ่นยาฆ่าเชื้อ พ่นสารกำจัดแมลง ให้แก่ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบปัญหาและได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกิน ซึ่งการใช้วัคซีนควบคุมโรค เป็น 1 ใน 5 มาตรการที่สำคัญของการควบคุมการระบาดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์จัดหาและสั่งซื้อวัคซีน LSDV จำนวน 60,000 โดส จาก บริษัท Intervet International B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อนำไปฉีดให้กับโค-กระบือของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นหลัก และจะดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 โดส เพื่อให้เพียงพอ และสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์ของโรคลัมปี สกินอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันได้ข้อสรุปของโรคแล้ว จึงขอรับรองว่าโรคดังกล่าวสามารถรักษาหาย เนื้อทานได้ และไม่ติดต่อถึงคน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกินแล้ว ขอให้เกษตรกรอย่าวิตกกังวล ให้ติดตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรต่อไป

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ  ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ระบาดในพื้นที่หลายจังหวัด สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือเป็นจำนวนมากนั้น กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดใน 5 มาตรการ คือ 1.ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และปฏิบัติตามแนวทางการเคลื่อนย้ายอย่างเคร่งครัด โดยกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการปิดด่านตามแนวชายแดน เช่น ด่านชายแดนพม่า พร้อมตรวจตราการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มงวด และเข้มข้น 2.เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด เน้นการรู้โรคให้เร็ว ควบคุมได้ทัน โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว 3. ป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรคให้เกษตรกรป้องกัน โดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์ และบริเวณโดยรอบฟาร์ม ทั้งในพื้นที่ระบาดของโรคและพื้นที่เสี่ยง ด้วยการประสานด่านกักกันสัตว์ อบจ. อบต. ลงพื้นที่พ่นยาฆ่าแมลง และแจกยาฆ่าแมลง รวมถึงให้คำแนะนำการป้องกัน  4. รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่มียาที่ใช้รักษาโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตามอาการ โดยแบ่งการรักษาเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1สัตว์ป่วยแสดงอาการมีไข้ ให้ดำเนินการให้ยาลดไข้ ระยะที่ 2 เริ่มแสดงอาการตุ่มบนผิวหนัง ให้ยาลดการอักเสบ ระยะที่ 3 ตุ่มบนผิวหนังมีการแตก หลุดลอก ให้ยารักษาแผลที่ผิวหนังร่วมกับยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน  ระยะที่ 4 แผลที่ผิวหนังตกสะเก็ด ใช้ยารักษาแผลภายนอกจนกว่าจะหายดี และ 5. การใช้วัคซีนควบคุมโรค ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน ที่ได้สั่งซื้อ จำนวน 60,000 โด๊ส ในวันนี้ และจะดำเนินการใช้วัคซีนเพื่อควบคุมโรคตามหลักวิชาการ จึงได้จัดพิธีรับมอบวัคซีน พร้อมเวชภัณฑ์ยาและหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ณ บริเวณด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

“หากประชาชน เกษตรกร มีข้อสงสัยหรือต้องการรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ โทร. 063-225-6888 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” ได้ตลอดเวลา และสามารถติดตามสถานการณ์การระบาดและศึกษาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคลัมปี สกิน ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักควบคุม ป้องกันแบะบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ www.sites.google.com/view/dldlsd/home.com”