โรงงาน-ภาคบริการ ขอวัคซีนฉีด 1 ล้านคน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) ส.อ.ท.-หอการค้า ต้องการวัคซีนฉีดแรงงาน 1 ล้านคน ชี้อุตสาหกรรมต้องการฉีดวัคซีนเร็วสุดในพื้นที่นิคมที่มีการระบาด และอุตสาหกรรมอ่อนไหวสูง เช่น อาหารแปรรูปแช่เยือกแข็ง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.สำรวจสมาชิกต้องการวัคซีนและพร้อมจ่ายเอง 6,217 บริษัท แรงงาน 1.04 ล้านคน โดย ส.อ.ท.ประสานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หาวัคซีนเร่งด่วนให้ภาคอุตสาหกรรม 300,000 โดส จากที่ต้องการเร่งด่วน 500,000 ถึง 1 ล้านโดส ร่วมแจ้งความต้องการกับกระทรวงแรงงาน 1 ล้านโดส

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งฉีดวัคซีนเร็วที่สุด ได้แก่
1.นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่สีแดงที่ระบาดสูง เพราะพนักงานส่วนใหญ่พักอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม และเมื่อออกนอกพื้นที่นิคมฯจะเสี่ยงติดเชื้อ และหากนำเชื้อเข้ามาระบาดในนิคมอุตสาหกรรมก็อาจกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่จนโรงงานต้องหยุดผลิต กระทบรายได้พนักงานและซัพพลายเชน รวมถึงอาจกระทบการส่งออกไทย ซึ่งการระบาดในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.เพชรบุรี อาจกระทบซัพพลายเชนทั้งระบบได้

2.อุตสาหกรรมที่อ่อนไหวสูง เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง เพราะผู้นำเข้าเข้มงวดสุขอนามัย และสอบถามผู้ผลิตตลอดถึงสถานการณ์ระบาดและการฉีดวัคซีนของโรงงาน ซึ่งหากเกิดการระบาดในโรงงานอาจทำให้คำสั่งซื้อหายไปทันทีและผู้นำเข้าไปสั่งซื้อจากประเทศอื่นจะเสียลูกค้าระยะยาว

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า สมาชิกหอการค้าไทยแจ้งความต้องการวัคซีนมาสำหรับ 1 ล้านคน ครอบคลุมสมาชิกทั้งภาคการค้า ภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งหอการค้าไทยได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐเพื่อพิจารณากระจายวัคซีนและรับวัคซีนในจุดบริการนอกโรงพยาบาลที่หอการค้าไทยร่วมกับกรุงเทพมหานค
ทั้งนี้ หอการค้าไทยไม่ได้สั่งจองวัคซีนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แต่เห็นว่าการมีช่องทางนำเข้าวัคซีนมากขึ้นจะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลและช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัจจุบันพนักงานธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีหลักแสนคน ซึ่งสมาคมฯประสานกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อฉีดให้พนักงานที่มีความเสี่ยง 2 กลุ่มแรกคือ
1.พนักงานธนาคารปฏิบัติงานในระบบหลักของธนาคาร หรือ คอลแบงกิ้งซิสเต็มส์ ,ระบบบัญชีหลักธนาคาร ,ระบบเพย์เม้นท์ ถอน โอน กดเงินสด
2.พนักงานสาขาธนาคาร แต่ขึ้นกับภาครัฐจะจัดสรรวัคซีน รวมทั้งก่อนหน้านี้สำนักงานประกันสังคม ได้ขอข้อมูลผู้ประกันตนมาตรา 33 เพื่อฉีดวัคซีน ซึ่งแต่ละธนาคารรายงานให้สำนักงานประกันสังคมแล้ว