'สมพงษ์' ย้ำ 4 ปม ไม่รับร่างพ.ร.บ.งบฯ65 ชี้ ให้งบฯ 'ก.กลาโหม' สูงกว่า 'ก.สธ.' กว่า5หมื่นล้าน

'สมพงษ์' ย้ำ 4 ปม ไม่รับร่างพ.ร.บ.งบฯ65 ชี้ ให้งบฯ 'ก.กลาโหม' สูงกว่า 'ก.สธ.' กว่า5หมื่นล้าน

ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปราย 4 เหตุผล ไม่ยอมรับร่างพ.ร.บ.งบฯ 65 ชี้ 'นายกฯ' มือไม่ถึงบริหารประเทศ-แก้โควิด

       นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรก ว่า การจัดสรรงบประมาณ ปี 2565  มีเรื่องที่ไม่อาจยอมรับให้ผ่านได้ ใน 4 ประเด็น คือ 1. จัดลำดับความสำคัญของงบประมาณไม่ตรงกับปัญหา ไม่ตรงเป้า ไม่ลดความรุนแรงของปัญหาและไม่บรรเทาความเดือดร้อน  เพราะรัฐบาลจัดสรรงบให้กับกระทรวงกลาโหมมากที่สุดใน ระดับท็อปไฟว์ และมีวงเงินงบประมาณมากกว่ากระทรวงสาธารณสุข ถึง 5 หมื่นล้านบาท  ทั้งนี้พบการจัดสรรงบประมาณผูกพันปี 2565 - 2568 ของ 3 เหล่าทัพ ที่เกี่ยวกับการซื้ออาวุธ รวมถึงเกือบ 9 หมื่นล้านบาท ขณะที่กระทรวงมหาดไทย พบว่ามีการตั้งงบประมาณเพื่อสร้างบ้านพักหลังใหม่ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการในสังกัด กว่า 217 ล้านบาท ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่มีที่อยู่ และตกงาน นอกจากนั้นพบว่ามีงบก่อสร้างและตกแต่งศูนย์ราชการ และศาลากลางจังหวัด 12 แห่ง รวม 614 ล้านบาท มีค่าก่อสร้างปรับปรุงที่ว่าการอำเภอ ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน อีก1,624 ล้านบาท  และงบเพื่อเช่ารถประจำตำแหน่ง กว่า 106 ล้านบาท 

       นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า  2. งบประมาณไม่คำนึงความทุกข์ของประชาชน เพราะพบว่า งบของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ถูกปรับลดหลายรายการ อาทิ งบสวัสดิการผู้สูงอายุ ถูกลด 5 หมื่นล้านบาทล งบสำนักงานประกันสังคม ถูกลด 30%, 3.  งบประมาณขาดการวางแผน ขาดวิสัยทัศน์ และเตรียมตัวให้ประเทศออกจากวิกฤต โดยไม่พบการจัดงบ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล, การฟื้นฟูกลุ่มเอสเอ็มอี ทั้งนี้ยังพบว่างบเพื่อสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และธนาคารเอสเอ็มอี ถูกหั่น และ 4. แผนงบประมาณไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น  และทำให้เห็นว่าเป็นการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ เพราะจัดงบแบบชนเพดานทุกมิติ
       ผู้นำฝ่ายค้านระบุด้วยว่า การบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้มีคนตกงาน และมีอัตราการว่างงานที่น่ากังวล และคนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติ นอกจากนั้นทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหายกว่า 1 ล้านล้านบาท และเศรษฐกิจไทยยมีแนวโน้มดิ่งลงไม่รู้จุดหมาย  ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มือไม่ถึง บริการจัดการไม่ได้ 
       “การจัดสรรงบประมาณ ที่ไม่มียุทธศาสตร์ ทำให้จีดีพี ของประเทศตกต่ำ  จัดเก็บไม่ตรงตามเป้าอย่างรุนแรง ปีหน้าไม่มีเงินใช้รู้วิธีการที่ทำ คือ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน มากๆ และบ่อยๆ เพื่อให้มีเงินใช้ แต่ต้องระวังคือ เมื่อกู้ มีดอกเบี้ย หากดอกเบี้ยมากไป จะถูกกับดักตัวเองจนไม่มีทางออก เมื่อรวมกับการแก้ปัญหาที่ล้มเหลว แผนงบประมาณของประเทศที่จัดแบบไร้ยุทธศาสตร์ ในภาวะที่โควิด-19 รุนแรง ผมไม่อาจรับให้งบที่เสนอผ่านสภาฯ ได้” นายสมพงษ์ อภิปราย