WHAUP ศึกษาดีล M&A ธุรกิจไฟฟ้าประเทศเวียดนาม คาดชัดเจนภายในปีนี้

WHAUP ศึกษาดีล M&A ธุรกิจไฟฟ้าประเทศเวียดนาม คาดชัดเจนภายในปีนี้

WHAUP คงเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 25% ชี้แนวโน้มไตรมาส 2/64 ยอดขายธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้าโตแรง รับอยู่ระหว่างศึกษาดีลควบรวมกิจการไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม คาดเห็นความชัดเจนภายในปีนี้

นายนิพนธ์ บุญเดชานันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก สะท้อนจากยอดขายน้ำและไฟฟ้าในเดือน เม.ย.ที่ยังเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดในปี 2564 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

โดยธุรกิจน้ำได้ปัจจัยหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ภายหลังบริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่ม บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ที่ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในเฟสแรก ล่าสุด ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปิด COD เพิ่มในเฟส 2 อีก 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทยอยรับรู้รายได้แล้ว ขณะที่เฟส 3 และ 4 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาเพิ่มเติม

ถัดมาได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำจากกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ของบริษัทฯ ในกลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มโรงไฟฟ้า รวมถึงโอกาสการจำหน่ายน้ำในนิคมอุตสาหกรรมใหม่ของกลุ่ม WHA คือ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (WHA RY36) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2564 และจะเริ่มจำหน่ายน้ำอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2565

เบื้องต้นคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำ 2.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโอกาสพัฒนาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมอีก 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยเป็นการขุดแหล่งน้ำในนิคมอุตสาหกรรม WHA RY39 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกระแสน้ำไหลเข้า

และสุดท้าย การลงทุนเพิ่มเพื่อขยายท่อส่งน้ำในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ 1 เหงะอัน (Nghe An) ประเทศเวียดนาม เพื่อให้บริษัทฯ สามารถจำหน่ายน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตเพื่อวางท่อส่งน้ำ และคาดว่าจะสามารถจำหน่ายน้ำได้ทันช่วงต้นปี 2565

สำหรับธุรกิจไฟฟ้า พบว่าในไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ผ่านมามีการเซ็นสัญญาเพื่อ COD กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มอีก 61 เมกะวัตต์ และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ 90 เมกะวัตต์ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองหาการเติบเติบใหม่ ผ่านการเข้าศึกษาดีลการควบรวมกิจการ (M&A) ที่ประเทศเวียดนาม โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้

ขณะที่การเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) WHAUP จับมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อพัฒนาโครงการ Peer-to-Peer Energy Trading ซึ่งเป็นโครงการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่โรงงานข้างเคียงผ่านสายส่งไฟฟ้าของ กฟภ. เบื้องต้นหากระยะทดลองสามารถผ่านไปได้ด้วยดี คาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในอีก 2-3 ไตรมาสข้างหน้า

ถัดมาคือ Smart Energy Platform ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ บมจ.ปตท. จำกัด (PTT) และบริษัท เซอร์ทิส จำกัด (Sertis) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจำหน่ายไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีเอไอและบล็อกเชน คาดว่าจะสามารถยกระดับการพัฒนาให้ใช้ในระดับประเทศได้ต่อไป

ทั้งนี้ WHAUP คาดการณ์รายได้ปี 2564 เติบโต 25% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,777.92 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตจากยอดขายน้ำ 18% และยอดขายไฟฟ้า 34%