ชุลมุน วุ่นวาย วัคซีนโควิด

ชุลมุน วุ่นวาย วัคซีนโควิด

วิกฤติโควิด-19 กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล จากการบริหารจัดการที่ชวนสับสน งุนงง ไร้ความเป็นเอกภาพ การวิ่งวุ่นหาวัคซีนของรัฐบาลกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องรอ ทั้งที่ไม่รู้ว่ากว่าจะได้วัคซีนที่ต้องการเมื่อไร

วิกฤติโควิด-19 ที่ลากยาวมามากกว่า 1 ปีครึ่ง กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาลชุดนี้ไปเรื่อยๆ จากการบริหารจัดการที่ชวนสับสน งุนงง ไร้ความเป็นเอกภาพอย่างที่สุด จนแทบไม่น่าเชื่อว่า ประเทศไทยเคยขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีติดอันดับโลก การวิ่งวุ่นหาวัคซีน และความไม่ชัดเจนของการบริหารจัดการของรัฐบาลกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ขณะที่ประชาชนพร้อมฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความต้องการอย่างเร่งด่วนในช่วงวิกฤติแบบสุดๆ เช่นนี้ได้เลย มีแต่เรื่องที่สร้างความสับสน ไม่รู้จะเอาอย่างไรกันแน่ 

ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังต้องรอ ไม่รู้ว่ากว่าจะได้วัคซีนที่ต้องการ จะติดโควิดไปก่อนหรือเปล่า ท่ามกลางการติดเชื้อที่ยังไม่ทุเลาเบาบางลง มีคนติดเชื้อเพิ่ม มีคนตายเพิ่มทุกวัน คลัสเตอร์หนักๆ ยังเกิดขึ้นทุกหัวระแหง จนถึงวันนี้ เราเลยยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สักทีว่าการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ การกลับไปใช้ชีวิตได้เกือบปกติ มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งแท้จริงแล้วรัฐบาลเอง ไม่ได้มีภารกิจแค่ปัญหาตรงนี้ (ที่ยังแก้ไม่ได้ด้วยซ้ำ) เพราะสิ่งที่รัฐต้องเร่งทำควบคู่ไปด้วย คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้นานาประเทศ ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ เพราะเราบอบช้ำ เศรษฐกิจทรุดหนัก ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากมาย จนเกินพอแล้ว

การปรับเปลี่ยนลงทะเบียนการฉีดวัคซีนที่กลับไปกลับมา จนโมเดลล่าสุดของคนกรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนผ่านโครงการไทยร่วมใจ กรุงเทพฯปลอดภัย ดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วม เพิ่มช่องทางลงทะเบียนมากมาย มียอดลงทะเบียนถล่มทลายมากกว่า 1,248,235 คน จากวันแรกของการลงทะเบียนจบเมื่อเวลา 18.00 น.ของวานนี้ แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง จำนวน 798,511 คน และกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่ผ่านเว็บไซต์ไทยร่วมใจดอทคอม และร้านสะดวกซื้อที่ร่วมโครงการ จำนวน 449,724 คน โดยมีผู้ที่นัดหมายเลือกวันเวลา สถานที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อยมีจำนวน 1,004,191 คน และยังมีของ 4 ค่ายมือถือ ที่ยอดจองรวม 430,000 คน เต็มเพียงแค่เวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้น 

ตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนถึงความต้องการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดคน และนี่ก็เป็นเพียงความต้องการของคนใน กทม.เท่านั้น ยังมีอีกทั่วประเทศที่ยังคงรอการเข้าถึงวัคซีน ที่ยังไม่รู้ว่ารูปแบบการเข้าถึงจะเป็นโมเดลแบบไหน วันนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปแล้ว 3.1 ล้านโดส หากจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ต้องฉีดให้ได้ 70% ของประชากร หรือประมาณ 50 ล้านคน เฉพาะกรุงเทพมหานครมีประชากรรวมประชากรแฝง 7 ล้านกว่าคน ต้องเร่งฉีดให้ได้ 5 ล้านคน เพราะกรุงเทพฯ คือ หัวใจสำคัญของศูนย์กลางเศรษฐกิจ จุดแพร่ระบาดมากมาย รัฐจึงต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงต่อสถานการณ์การติดเชื้อที่ขยายวงกว้างจนกลายเป็นวิกฤติขั้นร้ายแรงที่แก้ได้ลำบากมากขึ้น