'ศรีนานาพร' รายได้ไตรมาส 1/64 โตสวนโควิด

บมจ.ศรีนานาพร โชว์ผลงาน Q1/2564 เทิร์นอะราวด์ ทำรายได้รวมกว่า 1,239 ล้านบาท เติบโตสวนกระแส Covid-19 ตอกย้ำพื้นฐานธุรกิจสุดแกร่ง ก้าวสู่ผู้นำเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแห่งอาเซียน

บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้งหรือ SNNP โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/64 พลิกฟื้น ทำรายได้รวม 1,239 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 1,102 ล้านบาท เติบโต 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายพร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ครอบคลุมในทุกช่วงเวลาและโอกาสในการบริโภค ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 172 ล้านบาท จากการสร้างความแข็งแกร่งในตราสินค้า การบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรายการพิเศษทางบัญชี มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น พร้อมก้าวสู่ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแห่งอาเซียน

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP  ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการผลักดันการเติบโตของผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 (มกราคม-มีนาคม) ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้เผชิญปัจจัยลบจาก Covid-19 โดยมีรายได้รวม 1,239 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขาย 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ SNNP ที่มีความแข็งแกร่งด้านพอร์ตโฟลิโอสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่มีความหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการ ครอบคลุมทุกช่วงเวลาและโอกาสในการบริโภค ตลอดจนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่มผสมวิตามิน ภายใต้แบรนด์เจเล่ ซึ่งช่วยเสริมให้ยอดขายสินค้าในกลุ่มเยลลี่ซองเติบโตได้ต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ก่อนสถานการณ์ Covid-19 จนถึงปัจจุบัน และการปรับกลยุทธ์ทำให้ยอดขายสินค้าแบรนด์เบนโตะ มียอดขายเติบโตกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์ Covid-19 ทั้งที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาซื้อสินค้าแบรนด์เบนโตะในประเทศ เคยเป็นสัดส่วนยอดขายที่สำคัญในช่วงก่อนสถานการณ์ Covid-19 ยังคงไม่กลับมา

ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ทำได้ 172 ล้านบาท โดยเป็นการทำกำไรเติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 นับจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งการดำเนินงาน ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ปี 2563 โดยต้นทุนขายต่อรายได้อยู่ที่ 73.7% ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่าใช่จ่ายในการขายและบริการต่อรายได้อยู่ที่ 20% หรือลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้กำไรสุทธิดังกล่าวมีรายการพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยรวมอยู่ด้วยทั้งสิ้น 128 ล้านบาท 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SNNP กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ วางรากฐานระบบจัดจำหน่ายและการผลิตทั้งในประเทศและภูมิภาค CLMV เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ได้แก่ เจเล่ ไดยาโมโตะ ฮีโร่บอยส์ เมจิกฟาร์มเฟรช อควาวิตซ์ และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ได้แก่ เบนโตะ ดอกบัว โลตัส ช๊อคกี้และเบเกอรี่เฮาส์ ผ่านกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตและก้าวสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแห่งอาเซียนได้ในอนาคต