โบรกฯ ชี้ 'หุ้นไทย' วันนี้ส่อผันผวน ต่างชาติขายลดพอร์ต 1.06 หมื่นล้าน

โบรกฯ ชี้ 'หุ้นไทย' วันนี้ส่อผันผวน ต่างชาติขายลดพอร์ต 1.06 หมื่นล้าน

“โนมูระ พัฒนสิน” ชี้ หุ้นไทยวันนี้ผันผวน เหตุ MSCI ปรับลดน้ำหนัก หวั่นแรงขายท้ายตลาด 1.06 หมื่นล้าน “เมย์แบงก์ฯ” เชื่อกระทบดัชนีไม่มาก เหตุราคาหุ้นปรับฐานรับข่าวลบไปแล้ว

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินภาวะตลาดหุ้นวันนี้ (27 พ.ค.) เคลื่อนไหวผันผวน โดยเฉพาะในช่วงท้ายตลาดที่คาดว่าจะเผชิญแรงขายอย่างหนัก เพราะเป็นวันสุดท้ายที่นักลงทุนต่างประเทศจะขายหุ้นเพื่อลดน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยตามดัชนี MSCI

โดยประเมินมูลค่าของกระแสเงินลงทุน (ฟันด์โฟลว์) ต่างชาติที่ไหลออกประมาณ 1.06 หมื่นล้านบาท (341 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และคาดว่าหุ้นที่ถูกถอดออกหรือปรับลดน้ำหนักตามดัชนี ราคาหุ้นจะปรับตัวลง

“สำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว เรามองว่าราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม โดยเลือกซื้อหุ้นที่ถูกปรับลงน้ำหนัก แต่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH), บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) และ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU)”

162195176863

ด้าน นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การปรับลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยของดัชนี MSCI รอบนี้จะเสร็จสิ้นภายในราคาปิดของวันนี้ (27 พ.ค.) โดยคาดว่าจะมีแรงขายภายในวันประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แม้ว่าภายหลังการประกาศลดน้ำหนักในวันที่ 12 พ.ค. นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิต่อเนื่อง 9 วันทำการ (12-24 พ.ค.) อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าเป็นแรงขายลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศผสมด้วย

ขณะที่ผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเพื่อปรับพอร์ตวันสุดท้ายคาดว่าจะกดดันดัชนีหุ้นไทยไม่มาก โดยระยะสั้น (27-28 พ.ค.) ประเมินแนวรับดัชนีที่ 1,540-1,550 จุด และแนวต้านที่ 1,570 จุด เพราะหุ้นที่ถูกถอดออกหรือปรับลดน้ำหนักจาก MSCI ราคาหุ้นปรับตัวลงซึมซับปัจจัยลบไปแล้ว จึงคาดว่าการเหวี่ยงขึ้นลงของราคาหุ้นจะส่งผลกระทบต่อดัชนีอย่างจำกัด

“ช่วงหลังหุ้นที่ได้เข้าคำนวณ และหุ้นที่หลุดการคำนวณ ช่วงราคาเปิด-ปิดกระโดดไม่มากเท่ากับในอดีต เพราะนักลงทุนมักจะซื้อขายเก็งกำไรตอบรับข่าวตั้งแต่วันประกาศ เช่นบมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ราคาหุ้นช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นแล้ว 17.77% ที่ 58 บาทต่อหุ้น ส่วนมูลค่าและปริมาณการซื้อขายน่าจะเพิ่มขึ้นจากกองทุน Passive Fund ที่ต้องซื้อปรับพอร์ตตามดัชนี แต่ราคาหุ้นน่าจะทรงตัว”