‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.31บาทต่อดอลลาร์

‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.31บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินโลกแกว่งตัวกรอบกว้าง ขณะที่เงินบาททยอยอ่อนค่าทุกวันตามแนวโน้มของเงินดอลลาร์ แต่หากตลาดกลับมาเชื่อมั่นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย และมีเงินทุนไหลเข้าอย่างชัดเจน คาดเงินบาทหยุดอ่อนค่าได้

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ หรือSCBS เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 31.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 31.20-31.40 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินทั่วโลกแกว่งตัวในกรอบกว้าง โดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ จึงปรับตัวลง 0.32% และนักลงทุนลดการถือครองหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี สวนทางกับดัชนี STOXX 600 ของยุโรปที่ขยับขึ้น 0.71%  จากกระแสการฟื้นตัวของธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปิดทำการใหม่ของเศรษฐกิจ

ประเด็นดังกล่าวหนุนให้นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยพร้อมกัน สังเกตุได้จากบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1.77% ระหว่างวันก่อนที่จะย่อตัวลงปิดบวก 2bps มาที่ระดับ 1.72% หนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก 0.4% ทำจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่พฤศจิกายน 2020 โดยมีเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าขึ้นเหนือ 110 เยนต่อดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม 2020 พร้อมกันกับราคาทองคำที่ร่วงลงปิดที่ระดับ 1684 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกมีเพียงบิทคอยน์ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ 58,000 ดอลลาร์ได้ เพราะความหวังว่าก...สหรัฐจะรับรองการจัดตั้งETF บิทคอยน์ของหลายบริษัท คาดว่าจะทำให้เกิดกระแสความต้องการสกุลเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้น

ด้านเงินบาท ช่วงนี้ยังคงทยอยอ่อนค่าทุกวันตามแนวโน้มของเงินดอลลาร์ การซื้อดอลลาร์ (ขายเงินบาท) มีทั้งจากสถาบันการเงินในประเทศและผู้นำเข้า ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์จากผู้ส่งออกชะลอตัวลงเนื่องจากเกิดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบตั้งต้นและเรือขนส่งสินค้า เงินบาทจึงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ในระยะถัดไป มองว่าทิศทางของบอนด์ยีลด์สหรัฐและตลาดหุ้นเอเชียเป็นสองประเด็นที่ต้องจับตา เพราะจะส่งผลลบสลับบวกกับเงินบาท คาดว่าเงินบาทจะหยุดอ่อนค่าก็ต่อเมื่อตลาดกลับมาเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย และมีเงินทุนไหลเข้าอย่างชัดเจน

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาท เราคงมองว่าทิศทางเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มเงินบาท ซึ่งในภาวะที่เงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่าหรือทรงตัวในกรอบปัจจุบัน จากความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โอกาสที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าต่อเนื่องก็จะมีน้อย นอกจากนี้ ควรจับตาฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติ ที่อาจขายทำกำไรหุ้นไทย ตามการปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงสิ้นไตรมาส ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทอาจอ่อนค่าลงระหว่างวันได้

ทั้งนี้ ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ควรจับตาการจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งแรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศเพื่อจ่ายปันผลนั้น จะสามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ ซึ่งเรามองว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่ามากที่สุดในปีนี้ ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของผู้ส่งออกในการทยอยปิดความเสี่ยงค่าเงิน ขณะที่ผู้นำเข้าที่ยังไม่มีภาระที่ชัดเจน อาจเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ การทำออพชั่น (Options) เพราะเงินบาทยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ได้

กรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.20-31.35 บาทต่อดอลลาร์