สธ.เริ่มแผนกระจาย'วัคซีนโควิด19'ไป 77 จังหวัด

สธ.เริ่มแผนกระจาย'วัคซีนโควิด19'ไป 77 จังหวัด

“อนุทิน”ลั่นสธ.ฉีดวัคซีนโควิด19เป็นไปตามแผน เปิดกว้างรับประเทศฉีดวัคซีน กรมวิทย์รับรองรุ่นผลิตวัคซีนซิโนแวคล็อต 8 แสนโดส สธ.ปรับแผนกระจายลง 77 จังหวัด มุ่งคุมโรค-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ คาดพื้นที่ท่องเที่ยวมีภูมิคุ้มกันระดับพื้นที่ภายในต.ค.ตามแผนเปิดเมือง

      เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนวัคซีนของประเทศไทยกระทบหรือไม่จากการที่บางประเทศที่ผลิตวัคซีนมีการชะลอส่งออกวัคซีน เพื่อให้เพียงพอการใช้ภายในประเทศไทยว่า ประเทศไทยไม่กระทบ ซึ่งถ้าตอนนี้ไม่มีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มาเป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย คงนอนไม่หลับ แต่วันนี้ไทยไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะมีเหตุอะไรที่จะทำให้ถูกตัดคิว หรือทำให้วัคซีนล่าช้า ซึ่งแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนของไทยเป็นไปตามเป้ามาตั้งนานแล้ว เพราะมีการหารือตั้งแต่ปี 2563 ว่าจะเริ่มผลิตและส่งได้ประมาณ มิ.ย. แต่ที่หาวัคซีนเข้ามาก่อนเพราะมีการระบาดในบางพื้นที่ ซึ่งก็มีเพียงซิโนแวคเจ้าเดียวที่สามารถส่งให้ได้ก่อนในไตรมาส 2ของปี 2564

“ไทยไม่มีผลกระทบจากการที่ผู้ผลิตวัคซีนในบางประเทศชะลอการส่งออก เพราะเราพึ่งพาตัวเองได้ เรายืนบนขาตัวเองได้ ตอนนี้ต้องให้กำลังใจผู้ผลิตวัคซีน ให้กำลังใจนักวิทยาศาสตร์ที่สยามไบโอไซฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำได้ดีมาตลอด ได้รับคำชมเชยว่า มาตรฐานการผลิตสูง และเป็นเหตุผลที่เขาเลือกสยามใบโอไซ ไม่ได้มีการเอื้อใครพิเศษ ซึ่งผลแห่งการกระทำก็เป็นคำตอบออกมาให้เห็นแล้ว” นายอนุทิน กล่าว

ขออย่ากวนน้ำให้ขุ่น
     ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนักการเมืองวิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพในการฉีด และมีวัคซีนค้างสต๊อกยังไม่ฉีด 1 ล้านโดส นายอนุทิน กล่าวว่า เลอะเทอะ เพราะขณะนี้วัคซีนเพิ่งเข้ามาถึงประเทศไทย 1 ล้านโดส และวัคซีนซิโนแวคล็อตสุดท้ายจะเข้ามาอีก 1 ล้านโดสในเดือนเม.ย.นี้ ตอนนี้กำลังทยอยฉีดให้เร็วที่สุด ซึ่งได้รับรายงานจากกรมควบคุมโรคว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้วัคซีนเข้ามาแล้วควรมีแต่เรื่องดีๆ ไม่ใช่มาหาความผิดความบกพร่อง กวนน้ำให้ขุ่น

ยังไม่สั่งซื้อเพิ่มเติม
      ต่อข้อถามความคืบหน้าการเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 5 ล้านโดสจากซิโนแวค นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อแผนการผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าในประเทศไทย ค่อนข้างที่จะเป็นไปตามเป้าหมาย แนวโน้มดีมาก เรามีความพยายามให้เขาจัดส่งให้เร็วยิ่งขึ้น และประสิทธิภาพการผลิตต่างๆ ดูแล้วเป็นไปตามที่คาดหมาย เป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย ดังนั้นการหาวัคซีนสำรอง หากดูตามไทมไลน์แล้ว และเราพยายามประหยัดเงินให้มากที่สุด ถ้าแอสตร้าฯ มาได้ ประสิทธิภาพการฉีดดีการจัดส่งเป็นไปตามที่วางไว้ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งในส่วนของ 5 ล้านโดสเราเพียงแต่เปิดช่องไว้ ส่วนตัวผู้ผลิตเองก็พยายามเน้นผลิต 1 ล้านโดสที่จะให้ไทยให้ทันในเม.ย.ก่อน

 เปิดกว้างประเทศฉีดวัคซีนครบ
 เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจับคู่ประเทศ(Travel Bubble) นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ามีการวิเคราะห์และพิสูจน์ไดว่าผู้รับวัคซีนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น และผู้รับวัคซีน เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก(WHO) และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยก็ต้องถือเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ก็สามารถให้เข้ามาในประเทศ ไม่ต้องคิดถึงบับเบิลอะไร ใครก็ตามที่มีความปลอดภัย แพร่เชื้อไม่ได้แล้วก็สามารถเดินทางเข้ามาทำธุรกรรมได้ตามปกติ ไม่ต้องไปรอว่าคนอื่นเขาจะรับประเทศไทยหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี เรื่องนี้เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อไหร่พร้อม ก็เมื่อนั้น อย่ากลัว และอย่าไปกังวลอะไร นอกจากนี้การรับวัคซีนแล้ว หากเกิดการติดเชื้อก็ลดการเจ็บป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิต
 กรมวิทย์รับรองวัคซีนซิโนแวคล็อต 2
     นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า วัคซีน CoronaVac ที่นำเข้ามาจากบริษัทซิโนแวค ประเทศจีน ล็อต 2 ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 และสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับตัวอย่างวัคซีนดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 จำนวน 2 รุ่นการผลิต และได้เริ่มตรวจวิเคราะห์คุณภาพวัคซีนโดยห้องปฏิบัติการในทันที พบว่า ผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพวัคซีนนั้นมีค่าอยู่ในเกณฑ์ยอมรับของการทดสอบทุกรายการ แต่เนื่องจากกระบวนการรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนต้องมีการพิจารณาข้อมูลสรุปการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผู้ผลิต (Summary Production Protocol) ซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้มั่นใจว่าวัคซีนนั้นมีกระบวนการผลิตตั้งแต่เชื้อตั้งต้นจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นไปตามกระบวนการที่ได้รับอนุญาตและมีคุณภาพตามที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงต้องรอข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ผู้ผลิตได้ส่งใบรับรองการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์วัคซีน (Certificate of Analysis) และ (Summary Production Protocol) มาในวันที่ 30 มีนาคม 2564
      “จากการพิจารณาเอกสารข้อมูลของวัคซีนทั้ง 2 รุ่นการผลิต พบว่า ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนได้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย มีคุณภาพตรงตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้และเมื่อมีการขนส่งมายังประเทศไทยได้ตรวจสอบกระบวนการขนส่ง มีการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมเป็นไปตามมาตรฐานกำหนด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ออกหนังสือรับรองรุ่นการผลิตให้กับวัคซีน CoronaVac ของบริษัท ซิโนแวค ทั้ง 2 รุ่นการผลิตที่แจ้งการนำเข้ามารวมกันจำนวน 800,000 โดส เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปให้บริการกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้โดยเร็วต่อไป” นพ.ศุภกิจ กล่าว
กระจายล็อต 8 แสนโดสลง 77 จังหวัด
      นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในส่วนวัคซีนซิโนแวคที่เข้ามาล็อตแรก 2 แสนโดสนั้น มีการฉีดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนวัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 จำนวน 8 แสนโดสหลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองคุณภาพแล้วเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2564 และองค์การเภสัชกรรม(อภ.)ส่งมอบให้กรมควบคุมโรค(คร.)เรียบร้อยก็ จะดำเนินการจัดส่งวัคซีนไปตามแผนการกระจายวัคซีนที่สธ.กำหนด ล่าสุดมีการพิจารณาปรับแผนการฉีดวัคซีน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ จากเดิมที่จะกระจายไปใน 22 จังหวัด มีการปรับใหม่กระจายไปใน 77 จังหวัด เริ่มวันที่ 1 เม.ย. นี้ ดังนี้ 1.จังหวัดเป้าหมายเดิม 22 จังหวัด เพื่อควบคุมป้องกันโรค 6 จังหวัด 3.5 แสนโดส เพื่อการท่องเที่ยว 8 จังหวัด 2.4 แสนโดส และพื้นที่ชายแดน 8 จังหวัด 5 หมื่นโดส
        และ 2.จังหวัดอื่นๆทั่วประเทศอีก 55 จังหวัด จำนวน 1.6 แสนโดส เพื่อเป็นการซักซ้อมระบบการฉีดวัคซีนก่อนที่จะมีวัคซีนล็อตใหญ่ใน มิ.ย. แยกเป็น จังหวัดขนาดเล็กประชากรน้อยกว่า 1 ล้านคน จังหวัดละ 800 โดส จังหวัดขนาดใหญ่ ประชากรมากกว่า 1 ล้านคน จังหวัดละ 1,000 โดส และจังหวัดขนาดใหญ่พิเศษ ประชากรมากกว่า 1.5 ล้านคน จังหวัดละ 1,200 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรสาธารณสุข และจะมีวัคซีนเพิ่มเฉพาะสำหรับ อสม.จังหวัดละ 1,000 โดส ดังนั้น จังหวัดเล็กจะได้ 1,800 โดส จังหวัดใหญ่ 2,000 โดส และจังหวัดใหญ่พิเศษ 2,200 โดส และเมื่อวัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดสเข้ามาในเดือนเม.ย.ก็จะปรับเพิ่มการจัดสรรแต่ละจังหวัดมากขึ้น

 ยันสธ.มีศักยภาพในการฉีด
   ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนักการเมืองวิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพในการฉีด และมีวัคซีนค้างสต๊อกยังไม่ฉีด 1 ล้านโดส นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนดำเนินการไปแล้วกว่า 1.6 ล้านโดส ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ความสามารถและศักยภาพในการฉีดไม่มีปัญหา มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ โดยรพ.สังกัดสธ.มีอยู่ราว 1,000 แห่ง วัคซีน 10 ล้านโดส หากฉีดแห่งละ 500 โดสต่อวัน ก็จะใช้เวลา 20 วันในการฉีดได้ 1 ล้านโดส นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาขยายสถานที่ฉีดไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) หรือพื้นที่ที่มีความสะดวกกับประชาชนมากขึ้น เช่น วัด ศาลาประชาคม รวมถึง ห้างสรรพสินค้า ซึ่งขณะนี้บิ๊กซี และเซ็นทรัล อนุญาตให้ไปใช้พื้นที่ได้ฟรี ซึ่งมีการปรับตามความเหมาะสมของจังหวัด โดยทั้งหมดนี้เป็นแผนที่สธ.เตรียมการรองรับไว้หมดแล้วตั้งแต่ต้น

คาดพื้นที่ท่องเที่ยวเกิดภูมิคุ้มกันในต.ค
“ศักยภาพการฉีดและพื้นที่พร้อม ในส่วนของคนมาฉีดจะเร่งประชาสัมพันธ์โดยเข้าถึงชุมชน ผ่าน 3 หมอ การลงทะเบียนทางไลน์หมอพร้อม คนป่วยที่มารับรักษาที่รพ. กลุ่มเฉพาะในหน่วยงานต่างๆ และเชิญชวนคนไทยทั้งหมดมารับวัคซีน ซึ่งเป็นไปตามระบบที่วางไว้ คาดว่าจะทันภายในต.ค.นี้ โดยจะทำเป็นพื้นที่ เพราะเมื่อเปิดประเทศคนไม่ได้ไปท่องเที่ยวในพื้นที่ห่างไกล อาจจะแค่อ.เมืองและอำเภอที่มีคนไปเที่ยว จะทำให้อำเภอเหล่านี้มีภูมิต้านทานระดับพื้นที่ก่อน ส่วนอำเภอห่างไกลที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงก็อาจจะล่าช้ากว่า 1-2 เดือน โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายอำเภอในแต่ละจังหวัด และระดัมทรัพกำลังให้สามารถเปิดประเทศให้ได้ตามกำหนด”นพ.เกียรติภูมิกล่าว

ติดเชื้อใหม่ 48 ราย
      ขณะที่ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย วันที่ 30 มี.ค.2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 48 ราย จากระบบเฝ้าระวังและบริการ 27 ราย พบใน กรุงเทพมหานคร(กทม.) 14 ราย สมุทรสาคร 6 ราย นครปฐม 2 ราย ส่วนการคัดกรองเชิงรุก 5 ราย พบใน กทม. 3 ราย สมุทรสาคร 2 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 21 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 28,821 ราย ผู้เสียชีวิต สะสม 94 ราย เฉพาะรอบใหม่ติดเชื้อสะสม 24,584 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 34 ราย
     ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะนี้วัคซีนโควิด19 มาถึงประเทศไทยแล้วจำนวน 3 ล็อต แยกเป็นวัคซีนของซิโนแวค 2 ล็อต ล็อตที่ 1 จำนวน 2 แสนโดส(เริ่มฉีด 28 ก.พ.) และล็อตที่ 2 จำนวน 8 แสนโดส (จะเริ่มฉีด 1 เม.ย.) และวัคซีนแอสร้าเซนเนก้า 1.17 ล้านโดส(เริ่มฉีด 16 มี.ค.) ทั้งนี้ 22 จังหวัดเดิม ประกอบด้วย สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น กระบี่ พังงา อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา สระแก้ว เชียงราย มุกดาหาร นราธิวาส ระนอง หนองคาย และ จันทบุรี