'โควิด' คลัสเตอร์ใหม่ ต้องหยุดพฤติกรรมเสี่ยง

'โควิด' คลัสเตอร์ใหม่ ต้องหยุดพฤติกรรมเสี่ยง

แม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ เนื่องจากขณะนี้ยังพบการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องและกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนยังคงต้องระมัดระวังและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดต่อไป จนกว่าการฉีดวัคซีนจะแพร่หลาย

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของประเทศไทยถึงแม้จะมีแนวโน้มลดลงแต่ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ โดยข้อมูลล่าสุดวันที่ 29 มี.ค.2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 39 ราย แบ่งเป็นการพบจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 16 ราย และที่สำคัญ คือ การพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นครั้งแรก หลังจากที่ไม่เคยพบผู้ติดเชื้อเป็น 0 มาตลอด โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เกิดจากติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่อื่นและมีการเดินทางข้ามพื้นที่เป็นสะเก็ดไฟ โดยเป็นหญิงที่มีประวัติเดินทางมากรุงเทพมหานครเพื่อเยี่ยมเพื่อนที่มีอาชีพค้าขายในเขตบางแค

ในขณะที่การติดเชื้อจากตลาดสดยังคงมีต่อเนื่องและกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ โดยมีรายงานพบการติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดสดในเขตสะพานสูง ซึ่งมีประวัติการไปรับเนื้อจากจังหวัดปทุมธานี เพื่อมาขายที่ตลาดสดเขตสะพานสูง ซึ่งภาครัฐได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเชิงรุก ทำให้ตรวจพบจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนและภาคเอกชนยังคงต้องระมัดระวังและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดต่อไปจนกว่าการฉีดวัคซีนจะแพร่หลาย

ช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่การระบาดรอบใหม่คลี่คลายลง ซึ่งทำให้ภาครัฐผ่อนปรนการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจจนปัจจุบันดำเนินได้ปกติ ทำให้เห็นประชาชนและหลายฝ่ายออกมาทำกิจกรรมในที่สาธารณะกันมากขึ้น แต่ผู้ออกมาทำกิจกรรมในที่สาธารณะควรพิจารณามาตรการควบคุมการระบาดด้วย เพราะตราบใดที่วัคซีนยังไม่สามารถกระจายจนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ก็จำเป็นที่จะเฝ้าระวังการระบาดอย่างเข้มงวดต่อเนื่องไป

ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ายังเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเป็นการป้องกันเบื้องต้น ในขณะที่ราคาหน้ากากอนามัยไม่แพงเหมือนปี 2563 ในช่วงที่มีการระบาดใหม่ รวมถึงการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอลล์เจลที่กระจายอยู่อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน จนทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับถึงความร่วมมือของทุกฝ่ายในการป้องกันการะบาดโรคโควิด-19 มาตลอดในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา จึงไม่มีเหตุผลที่บางฝ่ายจะปฏิเสธการป้องกันตัวเอง

ส่วนการฉีดวัคซีนในประเทศไทยล่าสุดข้อมูลวันที่ 28 มี.ค.2564 มีการจัดสรรวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-28 มี.ค.2564 แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 190,720 โดสในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัด มีจำนวนผู้รับวัคซีนสะสมรวม 154,293 โดส แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 133,110 ราย และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 21,183 ราย ซึ่งถือว่ายังไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทยที่มี 69 ล้านคน ความร่วมมือการการป้องกันโควิด-19 จึงต้องมีต่อไป