‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.12บาทต่อดอลลาร์

‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.12บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินผันผวนตามทิศทางดอลลาร์ หากตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งของสหรัฐขยายตัวดีตามคาด เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง คาดสกุลเงินเอเชียจะฟื้นตัวขึ้นหนุนเงินบาท ในระยะยาวมีแนวโน้มแข็งค่า

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ หรือSCBS เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.75-31.25 บาทต่อดอลลาร์

ด้านเงินบาท ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าขึ้นมาเรื่อยๆตามทิศทางของดอลลาร์พร้อมกับที่ตลาดกังวลเรื่องดุลการค้าไทยที่สามารถพลิกไปขาดดุลได้ถ้าการนำเข้าขยายตัวสูงทำให้สัปดาห์นี้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่อง

แต่ในทางกลับกัน สัปดาห์นี้นักลงทุนน่าจะมีความเชื่อมั่นกับการลงทุนมากขึ้นถ้าตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งของสหรัฐขยายตัวดีตามคาด เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) จึงมีโอกาสที่สกุลเงินเอเชียจะฟื้นตัวขึ้นหนุนเงินบาทด้วยเช่นกัน โดยรวมมองว่าเงินบาทมีโอกาสทรงตัวได้ในสัปดาห์นี้ ขณะที่เงินบาทจะแข็งค่ากลับได้ในระยะยาวหรือไม่ต้องจับตาไปที่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก

ในสัปดาห์นี้และนำจับตาตัวเลขตลาดแรงงานในสหรัฐที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่ในวันพุธ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (U.S. ADP employment report) คาดว่าจะขยายตัว 5.5 แสนตำแหน่งตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ที่ปรับลบลงต่อเนื่อง หลังจากเดือนก่อนเพิ่มขึ้นเพียง 1.1แสนตำแหน่ง

ต่อด้วยในวันพฤหัส ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (U.S. ISM Manufacturing Index) จะขยายตัวขึ้นมาที่ระดับ62.0 จุด จากเดิม 60.8จุด เนื่องจากสภาพอากาศที่ดีขึ้นพร้อมกับความเชื่อมั่นเรื่องวัคซีนทำให้การเดินทางขนส่งสินค้าในสหรัฐเร่งตัว

ส่วนในวันศุกร์จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (U.S. Nonfarm Payrolls) ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวถึง 6.5แสนตำแหน่ง นำโดยภาคบริการ โรงแรม ท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยการจ้างงานดังกล่าวจะกดให้อัตราการว่างงานในสหรัฐลดต่ำลงจากจะดับ 6.2% ในเดือนก่อนเหลือเพียง 5.9% ขณะเดียวกันในช่วงสัปดาห์นี้ก็จะมีการประกาศแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.0ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกกับเศรษฐกิจสหรัฐของนายโจ ไบเดนด้วย

ด้านตลาดเงิน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องหลังตลาดหุ้นติดแนวต้าน และนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเร็วกว่าทั่วโลกจากการแจกจายวัคซีนที่ต่อเนื่อง มุมมองดังกล่าวน่าจะชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์นี้ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฟื้นตัวตามที่ตลาดคาดไว้ อย่างไรก็ดี คาดว่านโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นบวกกับดอลลาร์มากเท่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9ล้านล้านดอลลาร์ (the American Rescue Plan Act) ที่ผ่านไปเนื่องจากมีประเด็นการเก็บภาษีทในหลายระดับเข้ามาประกอบจึงอาจเป็นจุดกลับตัวของดอลลาร์ได้ด้วยเช่นกัน

กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้ 92.2-93.2จุด ระดับปัจจุบัน 92.7จุด

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น เงินบาทยังคงผันผวนไปตามเงินดอลลาร์ โดย การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและโดดเด่นของสหรัฐฯ ยังคงหนุนให้เงินดอลลาร์สามารถแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะหากยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะยุโรปยังคงเผชิญปัญหาการระบาดระลอกใหม่

ทั้งนี้ เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมากหรือแข็งค่าได้ หากตลาดเปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ไทยมากขึ้น โดยควรจับตาฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติที่อาจเริ่มกลับเข้าตลาดหุ้นไทย หากนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนเม.. ถึง กลางพ.. เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าที่เพิ่มขึ้น จากแรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศเพื่อจ่ายปันผล ขณะที่ในระยะยาว เราคงมุมมองแนวโน้มเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี ตามภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจและเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ทำให้ ในช่วงไตรมาส 2 จะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับผู้ส่งออกในการทยอยปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

มองมองกรอบเงินบาท สัปดาห์นี้ที่ระดับ 30.85 - 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แลกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ31.10 - 31.20 บาทต่อดอลลาร์