3 ชาติอาเซียน : การจัดการขยะพลาสติก

3 ชาติอาเซียน : การจัดการขยะพลาสติก

เปิดผลสำรวจ 3 ประเทศอาเซียน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เมื่อพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้มีปริมาณน้อยกว่า 1 ใน 4 ส่งผลให้มูลค่าของพลาสติกในระบบสูญหายมากกว่า 75% แต่ขณะเดียวกับกลับทำให้เห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเข้ามาจัดการอุปสรรคการตลาดนี้เช่นกัน

กลุ่มธนาคารโลกเผยแพร่รายงานการศึกษาจากชุดโครงการสำรวจโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้พลาสติกหมุนเวียนและการจัดการกับขยะในทะเล การศึกษานี้ใช้หลักการห่วงโซ่คุณค่าพลาสติกในการประเมินอุตสาหกรรมรีไซเคิลพลาสติก และบทบาทในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงความพยายามในการรีไซเคิลผ่านกระบวนการทำงานร่วมกันของภาครัฐและภาคเอกชน

ผลการศึกษาในทั้ง 3 ประเทศ พบว่าจากพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดนั้น มีปริมาณน้อยกว่า 1 ใน 4 ที่ถูกนำไปรีไซเคิลเป็นวัสดุใหม่ ส่งผลให้มูลค่าของพลาสติกในระบบสูญหายไปมากกว่าร้อยละ 75 หรือเทียบเท่ากับ 6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในทั้ง 3 ประเทศรวมกัน การที่พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวถูกทิ้งแทนที่จะนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิล แสดงให้เห็นถึงช่องทางของโอกาสทางธุรกิจที่ยังสามารถพัฒนาได้อย่างมีนัยสำคัญ หากสามารถจัดการกับอุปสรรคทางการตลาดได้

Ndiamé Diop ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย มีข้อคิดเห็นว่า ขยะพลาสติกที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม นับเป็นภัยคุกคามต่อภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การท่องเที่ยวและการประมง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของสังคม อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ ในการกำหนดนโยบายและจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความต้องการเม็ดพลาสติกที่มาจากการรีไซเคิลทั้งหมด รวมถึงการยกระดับการแข่งขันให้กับบริษัทต่างๆ ทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับพลาสติก 

การศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องทางและโอกาสที่ทั้ง 3 ประเทศจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาครัฐ

การศึกษานำเสนอขนาดและระดับของอุตสาหกรรมการผลิตและรีไซเคิลพลาสติกของแต่ละประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่เม็ดเรซินที่นำมารีไซเคิลได้ 4 ประเภท ทีมนักวิจัยได้หารือกับกลุ่มผู้ผลิตเรซิน เจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้บริษัทแปรรูป บริษัทที่รวบรวมวัสดุพลาสติก และบริษัทรีไซเคิลในห่วงโซ่คุณค่าพลาสติก เพื่อรวบรวมและพัฒนาข้อมูลพื้นฐานสำหรับเรซินเป้าหมายแต่ละประเภท อีกทั้งยังทำการวิเคราะห์เพื่อประเมินศักยภาพและโอกาสทางการตลาดสำหรับเรซินแต่ละประเภท พร้อมทั้งระบุถึงปัจจัยคุกคามที่ทำให้เกิดการสูญเสียมูลค่าในวัสดุของแต่ละประเทศอีกด้วย

ถึงแม้ว่าผลการศึกษาจะแสดงให้เห็นว่า แต่ละประเทศต่างมีอุปสรรคที่เป็นลักษณะเฉพาะในการรีไซเคิลพลาสติก แต่ก็พบว่ามีแนวปฏิบัติร่วมที่ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินการเพื่อช่วยให้ประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย สามารถเพิ่มมูลค่าของพลาสติกได้ 

ทีมวิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกพลาสติกหลังจากเก็บรวบรวมมาจากผู้บริโภค, กำหนดปริมาณเป้าหมายในการรีไซเคิลจากประเภทการใช้พลาสติกหลักๆ ทั้งหมดของผู้บริโภค, กำหนดมาตรฐาน “การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล” สำหรับพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบรรจุภัณฑ์, ส่งเสริมให้มีการเพิ่มขีดความสามารถในการรีไซเคิล (เชิงจักรกลและเชิงเคมี), ดำเนินการตามข้อกำหนดเฉพาะอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มอัตราการเก็บรวบรวมขยะ และจำกัดการทิ้งขยะพลาสติกในรูปแบบของการฝังกลบและการทิ้งเศษขยะพลาสติกที่ไม่จำเป็น

"การศึกษาเหล่านี้นับว่าสามารถตอบสนองความต้องการด้านข้อมูลเฉพาะของแต่ละประเทศ เกี่ยวกับวิธีการผลิต การใช้ และการจัดการพลาสติกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการขยะพลาสติกในฐานะทรัพยากรที่มีมูลค่า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ปัญหาการจัดการขยะเท่านั้น” Rana Karadsheh ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจการเกษตร และบริการของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดาวน์โหลดรายงานการศึกษาได้ที่ https://www.worldbank.org/en/region/eap/publication/plastic-circularity-market-study-series-thailand-malaysia-and-the-philippines