'ซีพีเอฟ' เล็งบุกตลาดไก่จีน-สิงคโปร์

'ซีพีเอฟ' เล็งบุกตลาดไก่จีน-สิงคโปร์

“เฉลิมชัย” เผย ก.เกษตรร่วมมือซีพีเอฟ ทำโครงการ“อาหารปลอดภัยจากใจ...สู่ชุมชน”แจกอาหารชุมชนแออัด  เริ่มที่เขตบางกอกน้อย เขตบางพลัด ขณะ ประสิทธิ์ เล็งบุกตลาดไก่จีน-สิงคโปร์ คว้าโอกาสหลังสหรัฐฯเจอปัญหาขาดแคลนอาหาร

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดโครงการ “อาหารปลอดภัยจากใจ...สู่ชุมชน” ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างในทุกภาคส่วนของประเทศและทั่วโลกในหลายมิติ ทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคม ผู้ลิต ผู้ประกอบการ บริษัทห้างร้าน ภาคเอกชน เกษตรกร ผู้บริโภค รวมถึงประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย

นายเฉลิมชัย  กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะส่งมอบอาหารที่ดีมีคุณภาพให้กับชุมชนแออัด ให้ได้รับการบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ มีคุณภาพ เพียงพอต่อการในบริโภคในแต่ละวันในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้โดยจะเริ่มดำเนินโครงการในพื้นที่เขตในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และซีพีเอฟ จะนำอาหารที่เตรียมไว้ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชนแออัด ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตดังกล่าว ในวันที่ 7 พ.ค. 2563 นี้ เขตละ 10 วัน และหลังจากนั้นจะเริ่มขยายผลดำเนินการในลักษณะเดียวกันในภาคอื่น ๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ที่จังหวัดพิจิตร และภาคใต้ที่จังหวัดตรัง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตทางการเกษตร รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรให้คงที่ และเกษตรกรยังได้รับรายได้จากการประกอบอาชีพ ด้วย

"จากนี้ไปกระแสของโลกจะเปลี่ยนไป อาหารที่ดีมีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะ และมีความปลอดภัย จะถือเป็นเรื่องหลักในลำดับต้น ๆ ของนโยบายสำคัญของทุกรัฐบาลในทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 แบบนี้ ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน จึงมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะส่งมอบสิ่งดี ๆ เหล่านี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน”

    158824542796     

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  การบริหารจัดการการระบาดของโควิด ที่รัฐบาลทำได้ดีมากทั้งระบบสาธารณสุขและวิกฤติด้านอาหารเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ที่ขณะนี้มีปัญหามาด้านการขาดแคลน

โดยสิงคโปร์เดิมที่ปฏิเสธการนำเข้าอาหารจากไทยมาโดยตลอด เนื่องจากนำเข้าจากมาเลเซียเป็นหลัก ปัจจุบันเมื่อมาเลเซียปิดด่านเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด ทำให้เกิดปัญหาจึงหันมาสั่งซื้อจากไทยแทน เป็นการเปิดไข่ไก่ ให้กับไทบอย่างเป็นทางการ และหากสถานการณ์โควิดทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ยังไม่สามารถควบคุมได้ คาดว่าในที่สุดสิงคโปร์จะเปิดตลาดให้กับไก่สดของไทย

นายประสิทธิ์  กล่าวว่า  ในส่วนของสหรัฐฯ มี 147 โรงงาน ที่จีนรับรองเพื่อสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันโรงงานเหล่านี้มีปัญหา และผลผลิตไก่โดยรวมของสหรัฐฯยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ต้องนำเข้าไก่จากบราซิลไปทดแทนบางส่วน ในขณะที่ จีนที่สามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้แล้ว มีความต้องการนำเข้าไก่สดจำนวนมาก และได้เข้ามารับรองโรงงานไก่ของไทยเพิ่มเป็น 21 แห่งแล้ว 

 

         

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า  ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของไทยที่จะผลักดันการส่งออกตลาดจีนได้อีกมหาศาล ซึ่งไทยมีศักยภาพที่จะผลิตไก่ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของโลก เป็นผู้ส่งออกอันดับ 3 รองจากสหรัฐฯและบราซิล กำลังการผลิต 8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ใช้บริโภคภายในประเทศไม่เกิน 5 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ที่เหลือจำเป็นต้องผลักดันส่งออก และจะไม่กระทบกับความมั่นคงทางด้านอาหารของไทยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในช่วงการระบาดของโควิด กำลังซื้ออาหารลดลงบ้าง แต่มั่นใจว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นทุกอย่างจะกลับดีกว่าเดิม โดยเฉพาะผู้บริโภคจะใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของซีพีเอฟที่มีผลิตภัณฑ์อาหารที่ปลอดภัย ส่วนอาหารตลาดสดต้องพัฒนาให้ได้มาตรฐานต่อไป

สำหรับรายได้ของซีพีเอฟส่วนใหญ่มาจากการขายในประเทศ 20-25 % จีน 20 % เวียดนาม 10 % ซึ่งเป็นประเทศที่สามารถจัดการโควิดได้ดีทำให้ไม่ได้รับการผลกระทบ และคาดว่ายอดขายในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวดันยอดขายโดยรวมได้  ซึ่งในช่วงการระบาดของโควิดนี้ ซีพีเอฟได้ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน

ล่าสุดร่วมกับกระทรวงเกษตรฯจะใช้รถ Food Truck CP Freshmart นำอาหารไปอุ่นร้อนแจกจ่ายประชาชนในเขตบางกอกน้อยและบางพลัด และการส่งมอบอาหารให้ประชาชนในครั้งนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน ให้ก้าวผ่านวิกฤตไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ซีพีเอฟ ได้มอบอาหารให้แก่ชุมชนคลองเตยไปแล้ว 8,499 ครัวเรือน

 "อาหารที่นำมาแจกเป็นชุดที่ผลิตจำหน่ายในราคา 20 บาท ที่หลังจากหมดโควิดไปแล้ว ซีพีเอฟก็คงไม่ผลิตขายในราคานี้ได้อีก โดยมีแผนจะแจกใน 16 จัหวัดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามเป้าหมายที่ต้องการกระจายความช่วยเหลือไปให้มากที่สุด