สตาร์ทอัพสายสุขภาพ ระดมทุนคึกคัก ยุคโควิด

สตาร์ทอัพสายสุขภาพ ระดมทุนคึกคัก ยุคโควิด

บริษัทสตาร์ทอัพในอาเซียน โดยเฉพาะด้านการดูแลสุขภาพและด้านการจัดส่ง ระดมทุนได้หลายล้านดอลลาร์เพื่อขยายธุรกิจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนที่มั่นใจว่าธุรกิจเหล่านี้สดใสแม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวเพราะผลพวงการระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายปีที่แล้ว การระดมทุนของบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพในอาเซียนไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร หลังจาก WeWork (วีเวิร์ค) บริษัทให้บริการแชร์พื้นที่ว่างไม่ประสบความสำเร็จในการทำไอพีโอที่ตลาดหุ้นสหรัฐ ขณะที่การระบาดของโรคโควิด-19และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการสร้างระยะห่างทางสังคมเพื่อสกัดการแพร่เชื้อไวรัสยิ่งซ้ำเติมการะดมทุนของบริษัทสตาร์ทอัพมากขึ้น โดยนักลงทุนบางกลุ่มหนีการลงทุนใหม่ๆ ที่มีความเสี่ยงและเก็บเงินไว้เพื่อลงทุนในบริษัทที่มีอยู่แล้วของตัวเอง

ครันช์เบส ฐานข้อมูลสตาร์ทอัพสัญชาติสหรัฐ ระบุว่า สิ่งที่สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวคือ การระดมทุนโดยรวมของบริษัทสตาร์ทอัพในอาเซียนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 อยู่ที่ 26.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลง10% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 29.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนจำนวนของการทำข้อตกลงในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงประมาณ 40% เหลือ 144 ข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดูแลสุขภาพยังคงเป็นดาวเด่นท่ามกลางภาวะวิกฤติทั้งเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านสาธารณสุข โดยธุรกิจของด็อกเตอร์เอนีแวร์ ขยายตัว 2-3 เท่านับตั้งแต่โรคโควิด-19 เริ่มระบาด ซึ่งบริษัทวางแผนใช้เงินที่ระดมทุนได้ 27 ล้านดอลลาร์เสริมแกร่งธุรกิจที่มีอยู่แล้วในสิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม รวมทั้งเตรียมขยายไปยังตลาดใหม่ๆ อาทิ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ภายในปีนี้ด้วย

158814618142

ข้อมูลจากครันช์เบส ระบุว่า ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เครือข่ายขายยาชื่อดังของเวียดนามอย่าง "ฟาร์มาซิตี้" ระดมทุนได้ 31.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนสตาร์ทอัพส่งอาหารสัญชาติมาเลเซียอย่าง "ดาห์มากัน" ระดมทุนได้ 18 ล้านดอลลาร์

การส่งอาหารเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มาแรงในอาเซียนเนื่องจากผู้คนทำงานและเรียนที่บ้านเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ของประเทศต่างๆ ส่งผลให้การระดมทุนโดยรวมของสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.เพิ่มขึ้น 3 เท่าเป็น 56 ล้านดอลลาร์

ย้อนกลับไปเมื่อ2-3ปีที่ผ่านมา แอพดูแลสุขภาพทางไกลถูกมองว่าเป็นธุรกิจแห่งอนาคตในภูมิภาคอาเซียนเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรชนชั้นกลางที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

ประมาณ 80% ของกองทุนใหม่ๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 เป็นของ "โกเจ็ก" ในอินโดนีเซีย และ "แกร็บ" ของสิงคโปร์ ซูเปอร์แอพที่เสนอการบริการหลากหลายตั้งแต่บริการรถรับจ้างจนถึงบริการส่งอาหารและบริการจ่ายเงินทางออนไลน์ โกเจ็กและแกร็บ ระดมทุนได้ 1.2 พันล้านดอลลาร์และ 856 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นเหล่านี้ยังคงมีความน่าดึงดูดใจในสายตานักลงทุนแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะไม่แน่นอนเพราะการระบาดของโรคโควิด-19

ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ธุรกิจของโกเจ็กและแกร็บที่เป็นส่วนของการบริการรถรับจ้างได้รับผลกระทบอย่างหนัก สองบริษัทจึงหันมาเน้นให้บริการด้านการส่งอาหารเป็นการชดเชย ซึ่งแนวโน้มการระดมเงินทุนของบริษัทสตาร์ทอัพที่คึกคักแบบนี้ยังคงดำเนินไปจนถึงเดือนเม.ย.เนื่องจากโรคโควิด-19 ยังไม่หยุดระบาดและรัฐบาลทุกประเทศในอาเซียนยังคงมาตรการคุมเข้มรูปแบบต่างๆ เพื่อสกัดการระบาด

สตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์สัญชาติอินโดนีเซีย อย่าง คาร์โก้ เทคโนโลยีส์ ระดมทุนได้ 31 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สตาร์ทอัพโลจิสติกส์สัญชาติสิงคโปร์อย่าง นินจา แวน ระดมทุนได้ 124 ล้านดอลลาร์ในเดือนนี้