ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด ขานรับ 'สหรัฐ' คลายล็อกดาวน์

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด ขานรับ 'สหรัฐ' คลายล็อกดาวน์

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (27เม.ย.) พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของสหรัฐ แต่ช่วงบวกของดัชนีดาวโจนส์ถูกจำกัด จากการทรุดตัวของราคาน้ำมัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 358.51 จุด หรือ 1.51% ปิดที่ 24,133.78 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 41.74 จุด หรือ 1.47 เปอร์เซ็นต์% ปิดที่ 2,878.48 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 95.64 จุด หรือ 1.11% ปิดที่ 8,730.16 จุด

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ทรุดตัวลงกว่า 25% หลุดระดับ 13 ดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด

ราคาน้ำมันถูกกดดันจากการที่คลังเก็บน้ำมันของสหรัฐกำลังกักเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุ ขณะที่อุปสงค์น้ำมันดิ่งลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า รัฐนิวยอร์กจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยจะใช้กลยุทธ์เปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป

นายคูโอโมกล่าวว่า จะมีการเปิดภาคการก่อสร้างและการผลิตในเฟสแรก ส่วนเฟสสองจะมีการประเมินธุรกิจเป็นรายกรณี โดยขึ้นอยู่กับความสำคัญของธุรกิจดังกล่าว

นายคูโอโมระบุว่า แต่ละเฟสจะห่างกัน 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบผลกระทบของการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง และสร้างความมั่นใจว่าอัตราผู้ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและผู้ติดเชื้อจะไม่เพิ่มขึ้น

นายคูโอโมยังเปิดเผยว่า จำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ลดลงเป็นเวลา 14 วัน และจำนวนผู้เสียชีวิตในนิวยอร์กแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน

นอกจากนี้ รัฐอลาสกา, จอร์เจีย, เซาธ์ แคโรไลนา, เทนเนสซี และเท็กซัส ก็ได้เริ่มให้ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการแก่ลูกค้า

นายเควิน แฮสเซทท์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจหดตัวลงรุนแรงที่สุดในไตรมาส 2 นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นายแฮสเซทท์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลงในไตรมาสแรก และจะรุนแรงมากขึ้นในไตรมาส 2 โดยอาจหดตัวลงถึง 20-30%

อย่างไรก็ดี นายแฮสเซทท์คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทันทีที่รัฐต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากที่มั่นใจว่ารัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ด้านนักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25%