PLANB - ซื้อ

PLANB - ซื้อ

ประมาณการ 1Q63: กำไรอยู่ภายใต้แรงกดดัน

Event

ประมาณการ 1Q63

lmpact

คาดว่ากำไรใน 1Q63 จะถูกฉุดโดยรายได้ที่ลดลง

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PLANB ใน 1Q63 จะอยู่ที่ 100 ล้านบาท (-55% QoQ, -35% YoY) เนื่องจากคาดว่ารายได้จะลดลงเหลือ 1.0 พันล้านบาท (-26% QoQ, -16% YoY) เพราะคาดว่ารายได้จากทุกธุรกิจจะลดลง โดยรายได้จากสื่อนอกบ้าน (Out of Home หรือ OOH) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทจะลดลงตามอัตราการใช้สื่อที่คาดจะลดลงเหลือ 54% จาก 66% ใน 1Q62 และ 76% ใน 4Q62 เพราะจะถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง สถานการณ์ COVID-19 และปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่รายได้จาก engagement marketing (การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ ลีก และ BNK 48) คาดจะลดลงอย่างมากเนื่องจากมีการเลื่อนจัดกิจกรรมออกไป

กำไรปี 2563 จะถูกกระทบจากความล่าช้า หรือถูกเลื่อนการใช้งาน

ผลประกอบการใน 2Q63 จะยังคงลดลงต่อเนื่องเพราะคนอยู่บ้านกันมากขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม2563 ในขณะที่การติดตั้งจอดิจิตอลในสาขาร้าน 7-Eleven จะล่าช้าออกไปจาเป้าเดิมที่ 1,500 สาขาภายในปี 2563 อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 เนื่องจาก i)
รายได้จากการจัดการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว ซึ่งถูกเลื่อนจากปีนี้ไปปีหน้า (23 กรกฎาม 2564 – 8 สิงหาคม 2564) ii) มีการติดตั้งจอดิจิตอล ในสาขาร้าน 7-Eleven ครบ 2,000 ร้าน (จอใหม่) และ iii) มีการใช้งานป้ายที่มีอยู่แล้ว (จอเดิม) เพิ่มขึ้น

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลงเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจาก COVID-19

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลงเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 ในปี 2563 โดยเราได้ปรับลดสมมติฐานรายได้ปี 2563 ลง 23% ในขณะที่ปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ปี 2564 ขึ้นอีก 1% เนื่องจาก i) เราได้ปรับลดอัตราการใช้ป้ายโฆษณาของ PLANB ลง 8% ในปี
2563 และ 5% ในปี 2564 ii) ปรับลดอัตราการใช้สื่อบนจอดิจิตอลในร้าน 7-Eleven ในปี 2563-64 ลง iii) เลื่อนการรับรู้รายได้ทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับจากการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว จากปี 2563 ไปเป็น ปี 2564 iv) เริ่มรับรู้รายได้จากสื่อโฆษณาที่ป้ายรถเมล์ตั้งแต่ 2H63 เป็นต้นไป ทั้งนี้หลังจากปรับสมมติฐานดังกล่าวแล้ว ประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ของเราลดลง 47% เหลือ 421 ล้านบาท (-43% YoY) และปี 2564 ลดลง 5% เหลือ 857 ล้านบาท (+104% YoY)

Valuation & Action

หลังจากที่เราปรับประมาณการใหม่ และปรับไปใช้ราคาเป้าหมาย 1H64 ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 5.80 บาท (PER ที่ 35.3 เท่า หรือ -1.0 S.D. จากค่าเฉลี่ยสามปีย้อนหลัง) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มสื่อตัวอื่นๆ ที่เราศึกษาอยู่

Risks

รายได้ต่ำเกินคาด