รวมพลังสู้โควิด-19 บททดสอบมนุษยชาติ

รวมพลังสู้โควิด-19 บททดสอบมนุษยชาติ

ทุกวิกฤติหากร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหา จะสามารถข้ามผ่านไปได้ในเร็ววัน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสครั้งใหญ่ครั้งนี้ก็เช่นกัน

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่ลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 เดือน ล่าสุด (30 มี.ค. เวลา 07.00 น.) สถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อ 721,330 ราย เสียชีวิต 33,956 ราย ขณะที่ในไทยพบผู้ติดเชื้อ 1,524 ราย เสียชีวิต 7 ราย สถานการณ์ของโรคที่ยังไม่มีทีท่ายุติในเร็ววัน ทำให้มีการประเมินว่าวิกฤติโควิด-19 รอบนี้ หนักยิ่งกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี 2540 และวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในปี 2551 จากผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ทุกระดับชนชั้น ไม่เลือกยากดีมีจน

โดยสิ่งที่นานาประเทศดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ได้มองข้ามผลกระทบทางเศรษฐกิจ ไปสู่ “การรักษาชีวิตผู้คนในประเทศตนเองไว้เป็นอันดับแรก” ในหลายมาตรการย้อนยุค อาทิ การประกาศปิดประเทศ ปิดพรมแดนไปมาหาสู่ (ล็อกดาวน์) การเว้นระยะห่างทางสังคม ด้วยการขอความร่วมมือประชาชน กักตัวเองอยู่ในบ้านพักอาศัย ทั้งๆ ที่ผู้คนยุคนี้บอกตัวเองอยู่เสมอว่า เป็นยุคโลกไร้เขตแดน ประชาธิปไตยเต็มขั้น แต่นี่คือวิธีการหักดิบเพื่อสกัดการแพร่ระบาดที่ดีที่สุดวิธีการหนึ่ง 

คู่ขนานไปกับแนวทางสกัดการแพร่ระบาด บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกกำลังเร่งคิดค้นสูตรยาต้านไวรัส แข่งกับการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ถือเป็น “หน้าที่” ที่จะต้องทำเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว คนใกล้ชิด ขยายต่อไปสู่การทำเพื่อสังคม และประเทศชาติ ด้วยการป้องกันตัวเองจากการเป็น “พาหะ” ด้วยการดำเนินมาตรการที่รัฐขอความร่วมมืออย่างเคร่งครัด 

วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ นอกจากจะเป็น “บทเรียน” ที่ธรรมชาติเอาคืนกับภาวะโลกไร้สมดุล จนนำไปสู่การอุบัติของโรคใหม่ ที่ยังไม่มีไวรัสรักษาแล้ว นำไปสู่การไตร่ตรองเชิงนโยบายระดับโลก (world policy)แเพื่อร่วมกันคืนสมดุลโลกแล้ว ยังเป็นอีก “บททดสอบ” มนุษยชาติในการ “รวมพลัง” ต่อสู้โควิด-19 ในหลายหนทาง ไม่เพียงการส่งกำลังทรัพย์ หรือสิ่งจำเป็นในเวลานี้ให้กับประชาชน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เครื่องช่วยหายใจ หรือแม้แต่การแสดงน้ำใจด้วยการรับตัวผู้ป่วยจากประเทศหนึ่งไปช่วยรักษาในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น 

ขณะเดียวกัน ยังเห็นการส่ง “กำลังใจ” ไปยังบุคลากรทางแพทย์ทุกภาคส่วนที่ทำงานหนักอยู่ในขณะนี้ผ่านโลกโซเซียล ซึ่งถือเป็นความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของทุกภาคส่วนจากทั่วโลก เพื่อคลี่คลายวิกฤติของมนุษยชาติ เราเชื่อแน่ว่า ทุกวิกฤติหากร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหา จะสามารถ“ข้ามผ่าน”ไปได้ในเร็ววัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน