คปภ.ออก15มาตรการประกันภัยตั้งป้อมรับมือโควิด-19

คปภ.ออก15มาตรการประกันภัยตั้งป้อมรับมือโควิด-19

คปภ. ผนึกธุรกิจประกันภัยรับมือโควิด-19 ออก 15 มาตรการเข้มป้องกันการแพร่ระบาดและใช้ระบบประกันภัยบริหารความเสี่ยง พร้อมให้ส่วนลดเบี้ยสัญญาประกันสุขภาพ ประกันอัคคีภัยและประกันภัยเบ็ดเตล็ด สูงสุด10% ที่ซื้อระหว่าง27ก.พ. -30เม.ย

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ( คปภ.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19  ที่ยังมีการแพร่ระบาดไปยังภูมิภาคต่างๆ คปภ. เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน จึงได้กำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวและออกมาตรการด้านการประกันภัยดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับมาตรการด้านการประกันชีวิต มาตรการที่ 1ให้บริษัทประกันชีวิตผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย ในกรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30เมษายน 2563 โดยขยายระยะเวลาผ่อนผันออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันเดิม

  มาตรการที่ 2 ให้บริษัทประกันชีวิตยกเว้นดอกเบี้ยกรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันชีวิต ภายใน 6 เดือน

มาตรการที่ 3ให้บริษัทประกันชีวิตผ่อนผันการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในกรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ หรือมีการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 บริษัทอาจได้รับยกเว้นหรือปรับลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน 

มาตรการที่ 4 ให้บริษัทประกันชีวิตพิจารณาผ่อนผันให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยในแต่ละงวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีการเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัยใด ก็ตาม หรือมีการชำระเบี้ยประกันภัยรายงวดที่น้อยกว่า 1 ปี โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัยในระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

มาตรการที่ 5 ขอความร่วมมือบริษัทประกันชีวิตให้ผ่อนคลายการกำหนดจำนวนเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ โดยให้มีการปรับเพิ่มเพดานขั้นสูงของจำนวนเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์

มาตรการที่ 6 ให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลดอัตราเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย กรณีทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 และวันเริ่มต้นคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยต้องไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ทางด้านมาตรการด้านประกันวินาศภัย มาตรการที่ 1 ให้บริษัทประกันวินาศภัยผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองเดียวกัน ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยให้ขยายระยะเวลาผ่อนผันออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม

มาตรการที่ 2 ให้บริษัทประกันวินาศภัยผ่อนผันเงื่อนไขการชำระเบี้ยประกันภัย โดยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายงวดได้ สำหรับการประกันภัยอัคคีภัย และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด ที่กำหนดไว้ในรายงานสถิติธุรกิจประกันวินาศภัยของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ที่มีการทำสัญญาหรือมีการชำระเบี้ยประกันภัยตามสัญญา ในระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

มาตรการที่ 3 ให้บริษัทประกันวินาศภัยอาจเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครองของการประกันภัยการเดินทางได้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีกำหนดเดินทาง ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 และมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้บริษัททราบก่อนวันเริ่มต้นความคุ้มครองเดิม

มาตรการที่ 4ให้บริษัทประกันวินาศภัยสามารถลดอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยโดยตรงกับบริษัท ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย (สำหรับการประกันภัยอัคคีภัย และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด ที่กำหนดไว้ในรายงานสถิติธุรกิจประกันวินาศภัยของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) โดยต้องเป็นการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 และวันเริ่มต้นคุ้มครองตามกรมธรรม์ฯ ต้องไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ขณะที่ มาตรการด้านคนกลางประกันภัย มาตรการที่ 1ให้ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย ตัวแทนประกันวินาศภัย ที่ได้รับผลกระทบและใบอนุญาตฯ สิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาขอต่ออายุใบอนุญาตได้ไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2563

มาตรการที่ 2 เพิ่มเงื่อนไขการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย ให้ปฏิบัติตนในการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดของโควิด-19

มาตรการที่ 3 ขอความร่วมมือตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย ชะลอหรืองดการเข้าสอบหรือการเข้าอบรมตามหลักสูตรขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตฯ นับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

มาตรการที่ 4 ขอความร่วมมือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบในการจัดอบรมหลักสูตรการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย ชะลอหรือเลื่อนการจัดอบรมความรู้เพื่อขอรับ หรือขอต่ออายุใบอนุญาตฯ โดยให้สิทธิ์ไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับการอบรมในครั้งต่อไป

ในส่วนมาตรการดูแลบุคลากรด้านการประกันภัย มาตรการภายในองค์กร ได้ดำเนินการออกประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดเพื่อให้ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน คปภ. ทุกคนระมัดระวังการแพร่ระบาดและปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพ อาทิ ให้งดเดินทางไปยังประเทศที่มีรายงานพบการแพร่เชื้อในชุมชนภายในประเทศ (Local Transmission) โดยติดตามข่าวสารจากทางราชการ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน หรือมีคนแออัด สวมหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อต้องออกไปยังที่สาธารณะ หรือเมื่อต้องติดต่อกับผู้ที่มีอาการป่วย หมั่นล้างมือให้สะอาด และไม่นำมือมาสัมผัสที่ตาจมูก และปากหากไม่จำเป็น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการไข้ ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ให้รีบไปพบแพทย์ เป็นต้น

มาตรการภายนอกองค์กร ขอความร่วมมือหน่วยงานเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมประกันชีวิตไทยสมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัย และสมาคมตัวแทนและที่ปรึกษาการเงินเพื่อเตรียมพร้อมในการป้องกันการแพร่ระบาดและแจ้งพนักงาน ตัวแทน-นายหน้าประกันภัยในสังกัดทุกคนให้ระมัดระวังการแพร่ระบาดและปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ที่ได้รับกระทบได้รับทราบมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาด้านประกันภัย

นอกจากนี้ ได้ดำเนินการให้ภาคธุรกิจประกันภัยจัดทำ Stress test เพื่อทดสอบปัจจัยมหภาค การเคลมจากการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ หากสถานการณ์มีความรุนแรง ซึ่งการทดสอบพบว่า ธุรกิจประกันภัยในภาพรวมยังคงแข็งแกร่งและสามารถรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาได้เป็นอย่างดี