พิษ 'COVID-19' หุ้นวูบ 2 ล้านล้าน

พิษ 'COVID-19' หุ้นวูบ 2 ล้านล้าน

นักลงทุนเทกระจาดหุ้นไทย กดดัชนีร่วงกว่า 72 จุด เหตุวิตก "โควิด-19" ลามในประเทศ เผยตั้งแต่ต้นปี หุ้นไทยร่วงแล้ว 13.5% ทำมูลค่าตลาดหาย "2 ล้านล้านบาท"

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยราว 70 จุด ในช่วงระหว่างการซื้อขายวานนี้ ยังคงเป็นแรงกดดันจากปัจจัยในระดับโลก คือ ความกังวลในเรื่องของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้นในหลายๆ ประเทศ นอกประเทศจีน ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

  • ตลท.มั่นใจหุ้นไทยฟื้นกลับเร็ว

โดยภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงประมาณ 9% แต่จะเห็นว่าในบางกลุ่มอุตสาหกรรมก็ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ อาทิ กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ กลุ่มของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน และบางกลุ่มก็ปรับตัวได้แข็งแกร่งกว่าตลาด อาทิ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเกษตร

“จุดแข็งของตลาดหุ้นในปัจจุบันคือเรื่องของความหลากหลายในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้หุ้นบางกลุ่มก็ได้รับผลกระทบน้อยกว่า ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยยังมีสภาพคล่องสูง หากความไม่แน่นอนหายไป เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว โดยเฉพาะถ้าปัจจัยที่กดดันให้ปรับตัวลงไม่ได้กระทบต่อภาคการผลิต ตลาดมักจะฟื้นตัวกลับมาได้ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน โดยการฟื้นตัวจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อการเพิ่มขึ้นของตัวเลขของผู้ติดเชื้อภายนอกประเทศจีนเริ่มทรงตัว”

  • ทุนนอกไหลออกหุ้นไทยเล็กน้อย

สำหรับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มอ่อนแอลง อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยทั้งหมด 100% เพราะปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่งต่างขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศ

“ต้องยอมรับว่าเงินลงทุนต่างชาติปัจจุบันไหลออกจากตลาดหุ้น แต่โดยรวมยังไม่ได้ไหลออกจากประเทศไทยมากนัก แต่เป็นการไหลเข้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแทน เพื่อจำกัดความเสี่ยงในสถานการณ์เช่นนี้ โดยจะเป็นเห็นว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี ในปัจจุบันลดลงไปต่ำเพียง 1.1% เท่านั้น”

ด้านนายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 ซึ่งประกาศออกมาแล้วในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 40% หรือราว 330 บริษัท โดยรวมผลประกอบการลดลงคล้ายกับช่วง 3 ไตรมาส ที่ผ่านมา ของปี 2562 อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามส่วนที่เหลือว่าจะมีผลประกอบการอย่างไร

  • หุ้นไทยวันนี้แนวโน้มยังผันผวนสูง

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า หุ้นไทยที่ปรับลงแรงในวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกข่าวการพบผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งได้ปกปิดข้อมูล ทำให้ดัชนีหุ้นร่วงแรง โดยหุ้นไทยถือว่าลดลงมากกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(27ก.พ.) เชื่อว่า ดัชนียังคงมีความผันผวนสูง ประเมินแนวรับที่ 1,350-1,330 จุด แนวต้านที่ 1,440จุด

  • "ก้องเกียรติ" ชี้หุ้นไทย ไร้เสน่ห์

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP กล่าวว่า เชื่อว่าตอนนี้คงยังไม่มีใครตอบได้ว่าตลาดหุ้นไทยจะร่วงไปถึงจุดไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิกฤตในครั้งนี้ว่าจะลากยาวไปถึงตอนไหน เพราะหากปัญหาดังกล่าวยิ่งยาวนานก็จะกระทบต่อห่วงโซ่ของระบบเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ ขณะที่ปัจจุบันหลายคนมองว่าปัญหาน่าจะจบภายในช่วงครึ่งหลังปีนี้ หากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าการกลับมาของภาวะเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลา แต่ในส่วนของตลาดหุ้นอาจเด้งเร็วกว่าหากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ทั้งนี้คาดว่าภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ยังไม่สดใส หลังมีปัจจัยกดดันหลายด้านทั้งภาพรวมเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ประกอบกับการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิออกมาต่ำกว่าปี 2561 และโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากยังพึ่งพาภาคบริการ,ส่งออก และท่องเที่ยวเป็นหลัก รวมถึงเรื่องการเมืองไทยและค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากเกินไป หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยช้าไป ซึ่งส่งผลให้เงินไหลเข้าลงทุนในตราสารหนี้มากเกินความต้องการ และทำให้เงินสำรองระหว่างประเทศมากเกินไป

ขณะที่คาดว่าปีนี้การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) จะติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยฝ่ายวิจัยจะปรับประมาณการณ์ผลประกอบการปีนี้ลงอีก แต่ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขได้ต้องรอดูผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง ทั้งนี้กำไรต่อหุ้น (EPS) เดิมคาดอยู่ที่ 95.6 บาท ซึ่งในปีนี้มองกรอบที่ 85-87 บาท

“มองว่าดัชนีฯจะปรับตัวลดลงอีกคงพูดยาก เพราะทุกวันนี้นักลงทุนหวาดระแวงก็ฉุดให้ดัชนีฯลงได้อีก ขณะที่คนที่มีสภาพคล่องมากก็ถือเป็นโอกาส ซึ่งมองว่ายังมีหุ้นที่ถูกๆราคาต่ำกว่ามูลค่าบัญชี ปันผลดีแต่คนไม่สนใจอยู่จำนวนมาก”

  • บอนด์ยิลด์10ปีรูดแตะ1.03%

ส่วนการเคลื่อนไหวของเงินบาทวานนี้ ยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดย ปิดตลาดที่ระดับ 31.83-31.85 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างวันลงไปทำจุดอ่อนสุดที่ระดับ 31.92 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ ผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์)รัฐบาลไทยรุ่นอายุ 10 ปี ลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 1.03%  

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า บอนด์ยิลด์รุ่นอายุ 10 ปี ที่ลดลงมาอยู่ระดับ 1.03% ถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์และยังต่ำจนใกล้เคียงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% สะท้อนว่า นักลงทุนมองความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือถึงขั้นเกิดวิกฤต โดยสถานการณ์ที่ บอนด์ยิลด์ รุ่นอายุ 10 ปี ลงมาเท่ากับหรือต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายในอดีตเคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง คือ ช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551  ช่วงมหาอุทกภัย ปี 2554 และ ช่วงวิกฤติการเมือง ปี 2559

ด้าน นายพิพัฒน์ เหลือนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ภัทร กล่าวว่า บอนด์ยิลด์ที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่มีต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า ในระยะข้างหน้ามีโอกาสปรับลดลงอีกและอาจจะอยู่ระดับต่ำไปอีกนาน โดยต้องยอมรับว่า การระบาดของ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่รุนแรง ซึ่งทาง บล.ภัทร ประเมินว่า ไตรมาสแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยอาจหดตัวราว 0.7-0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน