เอ็กซิมแบงก์เชื่อส่งออกไทยจะขยายตัวเป็นบวก

เอ็กซิมแบงก์เชื่อส่งออกไทยจะขยายตัวเป็นบวก

เอ็กซิมแบงก์ประเมินการส่งออกของไทยยังแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศคู่แข่ง ระบุ ไทยยังมีโอกาสส่งออกสินค้าเข้าไปแทนสินค้าจีนได้ต่อเนื่อง ทั้งสินค้าไทยมีความหลากหลายและมีความยืดหยุ่น ขณะที่ ผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มเบาบางลง

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์)เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยธุรกิจเอ็กซิมแบงก์ได้ออกบทวิจัยหัวข้อ“การส่งออกของไทย…กับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์”โดยระบุว่า เริ่มปี 2563 มาได้เพียง 2 เดือน แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักขึ้นหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มขยายวงกว้างและสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2563 ชะลอลงมาก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังพอมีข่าวดีอยู่บ้าง ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.2563 พบว่าขยายตัว 3.4% เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 เดือน แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่า มูลค่าส่งออกดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 เข้าไป แต่อย่างน้อยก็ยังมีสัญญาณบวกให้เห็นในบางแง่มุมที่อาจช่วยให้การส่งออกทั้งปีไม่ได้แย่อย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.การส่งออกไทยยังแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศคู่แข่ง หากพิจารณาตัวเลขการส่งออกปี 2562 และเดือนม.ค.2563 พบว่า การส่งออกของไทยอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียอื่นๆที่การส่งออกหดตัวต่อเนื่อง จากการพึ่งพาตลาดจีนเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าไทย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย เป็นต้น

แม้กระทั่งการส่งออกของเวียดนามที่ขยายตัวเป็นอันดับต้นๆของโลกในปี 2562 แต่ในเดือนม.ค.2563 กลับหดตัวกว่า 17% จากการส่งออกไปจีนและสหรัฐฯ ที่หดตัว นอกจากนี้ แม้ว่าการส่งออกของไทยในเดือนม.ค.จะได้อานิสงส์จากการส่งออกทองคำที่ขยายตัวถึง 300% แต่หากหักทองคำแล้ว การส่งออกของไทยหดตัวเพียง 1.5% ซึ่งก็ยังเป็นการหดตัวที่น้อยกว่าคู่แข่ง

2.สินค้าไทยยังมีโอกาสเข้าไปแทนสินค้าจีนได้ต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการส่งออกของไทยไปตลาดที่มีจีนเป็นคู่เป็นแข่งสำคัญ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่สินค้าไทยยังได้เปรียบสินค้าจีนจากแต้มต่อด้านภาษีนำเข้า สะท้อนได้จากการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯปี 2562 และเดือนม.ค.2563 ขยายตัว 11.8% และ 9.9% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน ในระยะถัดไปก็อาจได้อานิสงส์เพิ่มเติมในระยะสั้นหลังจีนเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและโลจิสติกส์ของจีนบางส่วน

3.สินค้าไทยมีความหลากหลายและมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่แม้เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่สินค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และยังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก อาทิ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (ขยายตัว 26.2%) ไก่แปรรูป (4.9%) เครื่องดื่ม (2.8%) เครื่องสำอางและสบู่ (13.8%) เครื่องปรุงรส (15.7%) รวมถึงเครื่องปรับอากาศ (25%) ที่ได้รับผลดีจากภาวะโลกร้อน เป็นต้น

3.ผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มเบาบางลง สะท้อนได้จากกลุ่มสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าเป็นอย่างมาก แต่กลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในเดือนม.ค.2563 อาทิ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ยางพารา ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เป็นต้น

“แม้การส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 จะยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงอยู่ไม่น้อย อีกทั้ง ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบของ COVID-19 ได้ชัดเจนนัก แต่ตัวเลขส่งออกในช่วงที่ผ่านมาก็สะท้อนได้บางส่วนว่า การส่งออกของไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าอดีต อีกทั้ง ผู้ส่งออกไทยเริ่มปรับตัวรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้นผ่านการพัฒนาสินค้าและการหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งเอ็กซิมแบงก์พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ส่งออกทั้งด้านข้อมูล บริการทางการเงิน และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเพื่อช่วยผลักดันให้การส่งออกของไทยปี 2563 กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง”