รับมือโคโรน่า บทพิสูจน์รัฐบาล

รับมือโคโรน่า บทพิสูจน์รัฐบาล

สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเปราะบาง นอกจากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าแล้ว ยังมีปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจที่ยังมีผลต่อเนื่องอยู่ ดังนั้นช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีควรที่จะออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังระบาดไปหลายประเทศในขณะนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ซึ่งเป็นไวรัสตระกูลเดียวกับไวรัสซาร์ที่มีจุดเริ่มต้นการระบาดจากประเทศจีนเช่นกันเมื่อ ปี 2545 มีผู้เสียชีวิต 813 คน โดยการระบาดของไวรัสโคโรน่าครั้งนี้ ทางการจีนออกมาแอคชันต่อสาธารณะค่อนข้างเร็ว หลังจากมีประสบการณ์จากการปกปิดข้อมูลการระบาดในอดีต และภายหลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมันในรัฐบาล

สถานการณ์ครั้งนี้รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการปิดเมือง รวมถึงการยกเลิกเที่ยวบินและรถโดยสาร การยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงการยกเลิกกิจกรรมฉลองตรุษจีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งส่งผลทางตรงต่อการท่องเที่ยวไทยที่พึ่งนักท่องเที่ยวจีนในอัตราที่สูง โดยรัฐบาลประเมินกันว่าผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากนักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางเข้าไทยและกระทบต่อเนื่องถึงธุรกิจต่อเนื่อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการมีสัดส่วนต่อจีดีพีประมาณ 20% รวมทั้งมีการจ้างงานประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องควบคุมการระบาดภายในประเทศให้ได้ รวมถึงการที่รัฐบาลจีนจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีเพียงใด ซึ่งการระบาดของโรคซาร์ที่ส่งผลกระทบภาคการท่องเที่ยว 3-5 เดือน แต่ในปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวจากจีนมากกว่าในอดีตสูงมาก

ประสบการณ์จากการควบคุมการระบาดของโรคไข้หวัดนก โรคซาร์และโรคเมอร์ส ของไทยทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่าการควบคุมการระบาดโรคไวรัสโคโรนาจะดำเนินการได้ดี แต่ถึงอย่างไรนายกรัฐมนตรีควรที่จะออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้ รวมทั้งทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจมั่นใจได้ว่าจะป้องกันการระบาด รวมทั้งดูแลผลกระทบต่อทุกภาคส่วนได้ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ข้อมูลข่าวสารมาจากหลายด้าน และข้อมูลที่บิดเบือนจะส่งผลต่อการควบคุมสถานการณ์ได้

สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเปราะบาง นอกจากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าแล้ว ยังมีปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจที่ยังมีผลต่อเนื่องอยู่ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตการเกษตรลดลง เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงและมีผลต่อการส่งออกไทย รวมถึงความล่าช้าของงบประมาณ 2563 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงต้องทยอยแก้ปัญหาทีละจุด ลดผลกระทบแต่ละด้าน เพื่อประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ไปได้