KBANK ทุ่ม 4.6 พันล้าน ซื้อหุ้นคืนหวังบริหารเงิน

KBANK ทุ่ม 4.6 พันล้าน ซื้อหุ้นคืนหวังบริหารเงิน

"กสิกรไทย” ทุ่ม 4.6 พันล้าน ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 23.9 ล้านหุ้น หวังบริหารการเงิน พยุงราคาหุ้น เริ่ม 14-27ก.พ.นี้ ขณะ หุ้น “เคแบงก์” ปิดพุ่ง 5.99% ด้าน "ซีเค" เตรียมซื้อหุ้นคืนเช่นกัน คาดใช้เงินราว 3 พันล้าน

ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย(KBANK) ปรับตัวขึ้นร้อนแรงในการซื้อขายภาคบ่าย หลังแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า จะทำการซื้อหุ้นคืนในจำนวนไม่เกิน 23.93 ล้านหุ้น วงเงิน 4.6 พันล้านบาท คิดเป็น 1% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยหุ้น KBANK ปิดตลาดวานนี้(30ม.ค.) ที่ 141.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท คิดเป็น 5.99% มูลค่าการซื้อขายรวม 3,390 ล้านบาท

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ  KBANK กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธนาคารและผู้ถือหุ้น ทั้งนี้จะดำเนินการซื้อหุ้นในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีช่วงระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืน 10 วันทำการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14-27 ก.พ.2563 โดยราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืนบวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย ส่วนเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนนั้นจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร

ขณะที่คณะกรรมการบริษัทยังมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date)วันที่10 เม.ย. 2563 และจ่ายปันผลวันที่ 30 เม.ย. 2563 ทั้งนี้การเห็นชอบการจัดสรรกำไรจากผลการดำเนินงานปี 2562 และการจ่ายเงินปันผลจะมีการเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ให้พิจารณาอนุมัติต่อไป

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่ามองประเด็นดังกล่าวเป็นบวกต่อ KBANK เนื่องจากคาดว่าจะกระทบเงินกองทุนจำกัด และล่าสุดระดับ CAR ของ KBANK อยู่ที่ 19.6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มแบงก์ รวมถึงจะส่งผลบวกต่อ ROE และ EPS พร้อมยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเหมาะสมที่ระดับ 164 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ด้านบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินจำนวน 169,389,000 หุ้น หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยมีวงเงินซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.ถึงวันที่ 01 ก.ย.2563