ทำประกันชีวิตแล้ว ขอเปลี่ยนแบบ 'กรมธรรม์' ได้หรือไม่

ทำประกันชีวิตแล้ว ขอเปลี่ยนแบบ 'กรมธรรม์' ได้หรือไม่

ตอบคำถามประเด็นค้างคาใจ ทำประกันชีวิตแล้ว ขอเปลี่ยนแบบ 'กรมธรรม์' ได้หรือไม่

สวัสดีครับพบกับประกันภัยเรื่องใกล้ตัวกันเช่นเคยนะครับ เพื่อเน้นย้ำว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที การประกันภัยเป็นหลักประกันอย่างหนึ่ง ที่สามารถรองรับต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเรา สำหรับฉบับนี้เป็นคำถามเกี่ยวกับการประกันชีวิตครับ เรามาติดตามกันเลยครับ

คำถาม : กรณีของคุณวีระยุทธ์ บอกว่ามีตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งเป็นญาติของภรรยาได้ชวนทำประกันชีวิต จึงได้ตัดสินใจทำประกันภัยไว้ 2 ฉบับ เป็นการประกันชีวิตแบบชำระเบี้ย 20 ปี โดยตัวเองเป็นผู้เอาประกัน และแม่ของคุณวีระยุทธ์เป็นผู้เอาประกันภัย โดยเข้าใจว่าเมื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิตครบ 20 ปีก็จะได้รับเงินเอาประกันภัยคืน จึงไม่ได้อ่านเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์แต่อย่างใด

และได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนเหลืออีกสามปีจะครบกำหนด จึงได้สอบถามไปยังตัวแทนคนดังกล่าวว่า เมื่อจ่ายเบี้ยอีกสามปีครบแล้ว เราจะได้รับเงินเอาประกันภัยเมื่อไร?...ทางตัวแทนตอบว่า กรมธรรม์ของคุณวีระยุทธ์ทั้ง 2 นั้นเป็นการประกันชีวิตแบบตลอดชีพ โดยมีระยะเวลาในการชำระเบี้ย 20 ปี คุ้มครองตลอดชีวิต!! จะยังไม่ได้รับเงินเอาประกันแต่อย่างใดเมื่อมีการชำระเบี้ยครบ 20 ปีแล้ว ปีต่อไปก็ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันชีวิตอีก แต่กรมธรรม์จะให้การคุ้มครองไปตลอดจนผู้เอาประกันภัยมีอายุถึง 99 ปี จึงจะได้รับเงินเอาประกันภัยตามสัญญา

..คุณวีรยุทธ์เข้าใจว่า เมื่อมีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตครบ 20 ปีแล้ว จะได้รับเงินเอาประกันชีวิตคืน คุณวีระยุทธ์ จึงมีคำถามว่า กรณีอย่างนี้การที่ตัวแทนประกันชีวิต ไม่อธิบายให้ชัดเจนในเบื้องต้นอย่างนี้ ใครจะรับผิดชอบให้เราได้บ้าง? และจะติดต่อบริษัทประกันชีวิตเพื่อขอเปลี่ยนแบบกรมธรรม์ ไปเป็นแบบชำระเบี้ยครบ 20 ปี แล้ว หากยังไม่เสียชีวิต จะได้รับเงินเอาประกันคืนได้หรือไม่?

คำตอบ : กรณีนี้ต้องขอตอบตามตรงเลยนะครับว่า คุณวีระยุทธ์ พลาด ตรงที่ไม่ได้อ่านกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เข้าใจ เมื่อบริษัทตกลงรับประกันชีวิตแล้ว เราต้องอ่านข้อความในกรมธรรม์ให้เข้าใจ เพื่อจะได้ทราบสิทธิต่างๆ และควรตรวจดูด้วยว่าชื่อผู้เอาประกันชีวิต ชื่อผู้รับประโยชน์ จำนวนเงินเอาประกันชีวิต แบบการประกันชีวิต จำนวนเบี้ยประกันชีวิต ระยะเวลาการเอาประกันชีวิต หากไม่ถูกต้อง ก็ต้องทักท้วงให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาอันใกล้ ไม่ควรปล่อยเวลาให้นานจนเกินไป จึงขอตอบคำถามในแต่ละข้อ ดังนี้ครับ

ข้อแรก ตัวแทนไม่อธิบายแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ชัดเจน ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น อย่างนี้จะเอาผิดกับตัวแทนได้หรือไม่ กรณีนี้ต้องดูอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปนั้น เป็นอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตตรงตามแบบหรือไม่ หากอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตตรงตามแบบ และเราก็ได้ชำระอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนถึง 17 ปีแล้วเรามาบอกว่า เพิ่งรู้ว่าเป็นคนละแบบตามที่เราต้องการ ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก คงเอาผิดไม่ได้ เพราะว่าการชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตนั้น เป็นการชำระตรงตามแบบและระยะเวลาผ่านมานานแล้วนั่นเอง และที่บอกว่าตัวแทนไม่อธิบายให้ละเอียด อันนี้ก็พิสูจน์ยากครับ เพราะผ่านมานานแล้ว จึงไม่สามารถเอาผิดอะไรกับทางตัวแทนได้

ข้อที่สอง จะติดต่อบริษัทประกันชีวิตเพื่อขอเปลี่ยนแบบกรมธรรม์ไปเป็นแบบชำระเบี้ยครบ 20 ปีแล้ว ได้รับเงินเอาประกันคืนได้หรือไม่? ประเด็นนี้ก็ขอตอบว่าเป็นไปได้ แต่จะคุ้มค่าหรือไม่ อันนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบครับ เพราะว่าต้องเข้าใจก่อนครับว่า การประกันชีวิตแต่ละแบบนั้น บริษัทประกันชีวิตจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันว่าแบบไหนต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่าไร และวงเงินเอาประกันชีวิตเท่าไร ผู้เอาประกันชีวิตขณะที่ทำนั้นมีอายุเท่าไร สุขภาพเป็นอย่างไร

ซึ่งจะมีหลายปัจจัยที่ฝ่ายพิจารณารับประกันชีวิตคำนวณออกมา ซึ่งแต่ละแบบจะมีอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตต่างกัน แต่หากทางคุณวีระยุทธ์ จะขอเปลี่ยนไปเป็นแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งเป็นแบบที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้แก่ผู้เอาประกัน เมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ซึ่งเป็นการประกันชีวิตที่เป็นการผสมแบบการออมทรัพย์และการคุ้มครองชีวิต โดยการประกันชีวิตแบบนี้จะมีอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตที่สูงกว่าแบบตลอดชีพค่อนข้างมาก

ซึ่งเมื่อจะทำการเปลี่ยนแบบจำนวนเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมา 17 ปี อาจมีมูลค่าที่เป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพียงไม่กี่ปีก็อาจเป็นได้ ซึ่งทางคุณวีระยุทธ์ก็ต้องมีการชำระต่อเนื่องออกไปอีก จึงขอแนะนำให้ทำการชำระเบี้ยประกันชีวิตในแบบตลอดชีพตามสัญญาไปจะดีกว่าครับ เพราะว่าชำระอีกสามปี ก็จะไม่มีภาระในการต้องชำระเบี้ยประกันชีวิตต่ออีก แต่กรมธรรม์ก็ยังมีความคุ้มครองให้กับเราตลอด หากเราเป็นอะไรไปในอนาคต ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินเอาประกันนั้นไปใช้เป็นทุนเพื่อการดำเนินชีวิตต่อไป

อย่างไรก็ตาม คุณวีระยุทธ์มีสิทธิที่จะดำเนินการอย่างใดอย่ำาหนึ่งต่อไปนี้นะครับ หากไม่สามารถส่งเบี้ยประกันชีวิตต่ออีก คือ การขอรับเงินสด หมายถึงการขอเวนคืนเงินสดจากบริษัท ซึ่งบริษัทก็จะจ่ายเงินสดให้ แต่เราจะได้คืนไม่เท่ากับจำนวนเงินเอาประกันนะครับ โดยบริษัทจะมีอัตราการจ่ายคืนตามตารางที่กำหนดไว้

ทุกครั้งที่ท่านจะทำสัญญำาใดๆ กับใครท่านต้องอ่านและทำความเข้าใจให้ชัดเจนนะครับ รวมทั้งเอกสารหลักฐานของเราที่จะมอบให้กับใครไปทำอะไรก็ต้องรอบคอบทุกครั้งครับ