ความเชื่อมั่น ยารักษาไวรัสป่วน

ความเชื่อมั่น ยารักษาไวรัสป่วน

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนวิตกกังวล แต่ล่าสุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแนวโน้มการระบาดลดความรุนแรงลง รวมถึงข้อมูลด้านอื่นๆ นับเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างมาก หากรัฐบาลนำไปใช้ในทางสร้างสรรค์ เพื่อการสื่อสารได้ครบถ้วน

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ที่อุบัติขึ้นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางค่อนไปทางภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ทำให้ผู้คนล้มป่วยประมาณ 6,000 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 132 คน แนวโน้มยอดผู้เสียชีวิตมีแต่เพิ่มขึ้น สร้างความหวาดวิตกไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย องค์การอนามัยโลกต้องลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบรายละเอียด หลังออกมายอมรับว่า ที่ผ่านม ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและดูเบาในเรื่องดังกล่าว

ช่วงแรกความตื่นตระหนกเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า แพร่กระจายอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่รู้เพราะเป็นเชื้อหวัดพันธุ์ใหม่ อีกส่วนเป็นเพราะโลกข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ที่ง่ายต่อการแชร์ข่าวเท็จที่มักจะมองในแง่ร้าย หวังผลให้เป็นที่น่าสนใจ จึงควรตั้งสติและแสวงหาความจริงจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

หากมีเวลาต้องศึกษาประวัติศาสตร์หรือเชื้อที่ใกล้เคียงกันอย่างโรคซาร์ส ซึ่งเกิดในจีนเมื่อปี 2546 ขณะนั้นการแพร่เชื้อเริ่มทางภาคใต้ ทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจอักเสบอย่างหนักเฉียบพลัน อาการรุนแรงกว่าไวรัสอู่ฮั่น แต่อัตราเร่งในการระบาดช้ากว่า คือเริ่มเมื่อเดือน พ.ย.2546 ไประบาดเดือน ก.พ.2567 ครั้งนั้นผู้เสียชีวิตรวม 770 ราย คนป่วยกว่า 8,000 ราย อัตราการเสียชีวิตเกือบ 10% ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันในขณะนี้ว่าซาร์สน่าจะอันตรายกว่า หากเป็นเช่นนั้นความเสียหายจากไวรัสโคโรน่าไม่น่าจะสูงกว่าซาร์ส 

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นน่าสนใจ คุณหมอมองว่าแนวโน้มการระบาดจะลดความรุนแรงลง การที่โรคปอดบวมสายพันธุ์ใหม่ระบาดเร็วกว่าซาร์ส กลายเป็นข่าวดี เพราะการระบาดเริ่มชะลอ ผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตมีอัตราเร่งที่ลดลง ศ.นพ.ยงเชื่อว่าอัตราการตายจะต่ำกว่าซาร์ส ส่วนหนึ่งการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น ตัวเลขอัตราการตายจะค่อยๆ ลดลงเท่ากับไข้หวัดใหญ่ในปี 2009 และเมื่อประชาชนเป็นแล้ว จะมีภูมิต้านทานกระทั่งโรคนี้สงบ 

เราเห็นว่าข้อมูลจากนายแพทย์มีประโยชน์ต่อสังคม รัฐบาลควรจะนำไปใช้ในทางสร้างสรรค์ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการต้องตระหนักและนำไปใช้ โดยไม่มีการเมืองเข้ามาเจือปน จริงอยู่วิธีการจับกุมลงโทษผู้กระทำผิดที่เผยแพร่ข่าวบิดเบือน อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งความเอาผิดกับผู้ปล่อยข่าวลวงแล้ว 7 ราย ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ทว่าสิ่งที่ทางการต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพคนไทย 

กรณีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่เชี่ยวชาญ ไม่ควรลงรายละเอียดแต่ให้มอบหมายข้าราชการหรือผู้รู้ดำเนินการแทนรัฐบาล โดยเฉพาะผู้นำ จำเป็นต้องใช้ความใจเย็น อธิบายหรือตอบคำถามผู้สื่อข่าว เพื่อการสื่อสารจะได้ไปถึงประชาชนครบถ้วน น่าฟังและน่าเชื่อถือ เกิดความเชื่อมั่นไม่ตื่นตระหนกข่าวลวง จนตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดีในโลกโซเชียลออนไลน์ หากทุกฝ่ายมีความสามัคคี ร่วมกันป้องกันเพื่อลดการแพร่ระบาด การสูญเสียทางสังคมและเศรษฐกิจจะน้อยลงหรือไม่ต้องสูญเสียด้วยซ้ำ