เมื่อ‘วอลล์สตรีท’เมิน‘ยูนิคอร์น’

เมื่อ‘วอลล์สตรีท’เมิน‘ยูนิคอร์น’

นาทาน ทูฟต์ ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน บริษัทแมนูไลฟ์แอสเสท แมเนจเมนท์ เผยว่า ยูนิคอร์นรายใหญ่บางรายอาจรอนานเกินไปกว่าจะเข้าไปจดทะเบียนในวอลล์สตรีท

สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น ประสบความสำเร็จจากการระดมทุน หนุนให้บริษัทมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ได้แม้ไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่หลายรายเมื่อระดมทุนในวอลล์สตรีทกลับเจอเรื่องตรงข้าม บรรยากาศไม่เอื้ออำนวย นักลงทุนไม่มั่นใจในศักยภาพการทำกำไร ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไม่แน่นอน ส่งผลราคาหุ้นทรุดฮวบจากราคาไอพีโอ

อูเบอร์ ที่เคยเป็นยูนิคอร์นรายใหญ่สุด และหวังจะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ ตอนนี้มีมูลค่าแค่ครึ่งหนึ่งของที่หวัง ส่วนราคาหุ้นก็ดิ่งลงราว 30% จากที่เคยเสนอขายต่อสาธารณะครั้งแรก (ไอพีโอ) ในเดือน พ.ค. ขณะที่คู่แข่งอย่างลิฟต์แย่ยิ่งกว่า ราคาหุ้นดิ่งลง 40% จากราคาไอพีโอเมื่อตอนต้นปี

ด้านวีคัมพะนี บริษัทแม่ของวีเวิร์ก ยูนิคอร์นรายใหญ่อีกราย มูลค่าวัดจากการระดมทุนนอกตลาดหลายรอบที่ราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่งยกเลิกแผนทำไอพีโอไปในเดือนนี้ และเปลี่ยนตัวซีอีโอใหม่มาแทนอดัม นิวแมนน์ หลังดำเนินการผิดพลาดมาหลายครั้ง จนก่อให้เกิดคำถามถึงแนวทางการบริหารวีเวิร์ก สตาร์ทอัพพื้นที่ทำงานร่วมที่โตเร็วมากรายนี้

นาทาน ทูฟต์ ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน บริษัทแมนูไลฟ์แอสเสท แมเนจเมนท์ เผยว่า ยูนิคอร์นรายใหญ่บางรายอาจรอนานเกินไปกว่าจะเข้าไปจดทะเบียนในวอลล์สตรีท

“ขาใหญ่บางรายอย่างอูเบอร์เคยโตเร็วมากมาก่อน หลายปีก่อนทำไอพีโอเคยเติบโตอย่างมหาศาล แต่มาเข้าตลาดในช่วงที่กำลังชะลอตัว”

แรงตอบรับสตาร์ทอัพรายใหญ่ที่เป็นไปอย่างเงื่องหงอย สร้างบรรยากาศหนักหน่วงต่อสตาร์ทอัพรายอื่นที่เคยอาศัยการระดมทุนนอกตลาด

เพโลตอน ผู้ผลิตอุปกรณ์ออกกำลังกายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พยายามโหนกระแสยูนิคอร์น เริ่มซื้อขายในวอลล์สตรีทเมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาหุ้นร่วงลง 11%

สมายล์ไดเร็คคลับ สตาร์ทอัพทันตกรรมทางไกล ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน ราคาหุ้นลดลงมากนับตั้งแต่ไอพีโอเมื่อหลายวันก่อน

ด้วยบรรยากาศที่ไม่เป็นใจ แอร์บีแอนด์บี ยูนิคอร์นรายใหญ่อีกรายจึงต้องระวังตัว เมื่อเร็วๆ นี้แถลงว่า บริษัทชลอการทำไอพีโอไปจนถึงปี 2563 เอ็นดีเวอร์ สตาร์ทอัพระดับหลายพันล้านดอลลาร์อีกราย เลื่อนแผนทำไอพีโอในนาทีสุดท้าย

แม้สตาร์ทอัพหลายรายเปลี่ยนใจ แต่ตลาดไอพีโอโดยทั่วไปยังคงเป็นบวก ข้อมูลจากบริษัทเรเนซองส์ แคปิตัล ระบุว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดปีนี้ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 25.4% เทียบกับตลาดโดยรวมที่เพิ่มขึ้นราว 20%

บริษัทที่ประสบความสำเร็จ เช่น ซูม สตาร์ทอัพประชุมทางไกลผ่านวีดิโอ ราคาหุ้นพุ่ง 110% ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา หรือบียอนด์มีต ผู้ผลิตโปรตีนจากพืช ราคาหุ้นพุ่ง 500% นับตั้งแต่จดทะเบียนเมื่อเดือน เม.ย.

การ์เร็ต แบล็ก นักวิเคราะห์จากบริษัทข้อมูลการเงิน “พิตช์บุ๊ค” แนะว่า สตาร์ทอัพจำเป็นต้องเสนอแผนธุรกิจให้ชัดเจนเมื่อเข้าตลาด

“หลักๆ เลย บริษัททั้งหลายจะถูกบีบให้มีวินัยกับเงินทุนมากขึ้นเมื่อต้องใช้จ่าย และถูกตรวจสอบงบดุลและเส้นทางการเติบโตอย่างใกล้ชิดกว่าเดิมมาก” แบล็กกล่าว พร้อมสรุปว่า สิ่งเหล่านี้แตกต่างจากการระดมทุนจากผู้ร่วมลงทุน ที่ต้องการการเติบโตโดยพร้อมจะแบกรับความเสี่ยงได้มากกว่า

หลายบริษัทในวอลล์สตรีทยังคงจำได้ถึงฟองสบู่อินเทอร์เน็ตในทศวรรษ 90 แต่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งกล่าวว่า สภาพแวดล้อมวันนี้แตกต่างออกไป นักลงทุนระแวดระวังมากขึ้น

เจย์ ริตเตอร์ อาจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่าถ้ามองในแง่นี้ การถอยของยูนิคอร์นดังบางรายอาจเป็นพัฒนาการที่ดีก็ได้

“มูลค่าอาจลวงตา แต่การตรวจสอบอย่างสมเหตุสมผลได้เกิดขึ้นแล้ว”