เอกชนแห่ออกหุ้นกู้‘ไร้เรทติ้ง’พุ่ง เผยต้นทุนต่ำสุดรอบ10ปี

เอกชนแห่ออกหุ้นกู้‘ไร้เรทติ้ง’พุ่ง เผยต้นทุนต่ำสุดรอบ10ปี

“ไทยบีเอ็มเอ” เผยภาคเอกชนเริ่มออก “หุ้นกู้ นอนเรทติ้ง” เพิ่มขึ้น โดยรุ่นอายุเกิน 1 ปี ยอดระดมทุนสะสม 8 เดือนแตะ 5.4 หมื่นล้าน สูงกว่าปีที่แล้วทั้งปี ระบุส่วนใหญ่เริ่มนำหลักทรัพย์มาช่วยค้ำประกัน ด้าน “ทีเอ็มบี รีเสิร์ซ” ชี้ส่วนใหญ่ออกโดยภาคอสังหาฯ

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า การออกหุ้นกู้แบบไม่มีเรทติ้ง(Non Rated) ในตลาดตราสารหนี้ไทย ยังคงมีผู้ออกใหม่อยู่เรื่อยๆ แต่ระยะหลังเริ่มเห็นพฤติกรรมของผู้ออกหุ้นกู้ Non Rated ที่มักจะมีหลักทรัพย์ค้ำประกันในการออกหุ้นกู้พ่วงด้วย เช่น บริษัทแม่เป็นผู้ค้ำหรือนำสินทรัพย์ต่างๆ มาค้ำ เป็นต้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของผู้ออกหุ้นกู้ Non Rated ทั้งหมด

ส่วนของการออกขายตัวแลกเงินระยะสั้น(ตั๋วบี/อี) มีผู้ออกน้อยลงมาก เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีการปรับหลักเกณฑ์ให้ขายได้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันเท่านั้น จึงทำให้ผู้ออกตั๋วบี/อีส่วนใหญ่หันมาออกหุ้นกู้แทน ซึ่งการออกหุ้นกู้นั้นดีกว่าตั๋วบี/อีเพราะมีข้อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ จึงทำให้ไม่น่าเป็นห่วงอะไรมาก

ทั้งนี้ข้อมูลจากสมาคมฯพบว่าในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (เดือนม.ค.-ส.ค.62) พบมีมูลค่าการออกตราสารหนี้ระยะสั้นแบบNon Rated รวมกว่า 170,773 ล้านบาท และมีมูลค่าการออกตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) กว่า 54,542 ล้านบาท ซึ่งถือว่าพุ่งขึ้นแซงหน้าทั้งปี 2561 ที่มีมูลค่ารวมเพียง 30,368 ล้านบาท

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics กล่าวว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปัจจุบัน เริ่มปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหุ้นกู้เอกชนที่อายุเกิน 1 ปี ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้แบบไม่มีการจัดอันดับเรตติ้ง(Non Rated) ซึ่งพบว่าเร่งตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ หรือมีอัตราการเติบโตถึง 44% หรือคิดเป็นมูลค่ารวมที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งทั้งปีมีอัตราการเติบโตของหุ้นกู้ไม่มีเรตติ้งเติบโตเพียง 19% หรือราว 2.3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น 

"การออกหุ้นกู้แบบไม่มีเรตติ้งขยายตัวค่อนข้างมาก หากเทียบกับหุ้นกู้ที่มีการจัดอันดับเรตติ้งที่พบว่า 8 เดือน มียอดการเติบโตเพียง 27% เท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกไปดูไส้ในของการออกหุ้นกู้พบว่า จำนวนหุ้นกู้ที่ไม่มีเรตติ้งที่ออกทั้งหมด 3.4หมื่นล้านบาท พบว่าเกินครึ่งหนึ่งหรือ 55% คิดเป็นวงเงินการออกหุ้นกู้ราว 1.8 หมื่นล้านบาท ที่มาจากการออกของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รองลงมาคือ กลุ่มคอมเมิร์ซ 16% และกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง 10% ฯลฯ

“หากดูกลุ่มที่ออกหุ้นกู้เยอะๆพบว่า เกินครึ่งมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่หันมาออกหุ้นกู้ไม่มีเรตติ้งค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนได้หลายอย่าง เช่น ตลาดอสังหาฯตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะที่ลำบาก การออกหุ้นกู้จำนวนมาก ก็อาจต้องการเสริมสภาพคล่อง หรือขาดสภาพคล่องหรือไม่ ขณะอีกด้าน ก็อาจเป็นไปได้ว่า วัตถุประสงค์การออกหุ้นกู้ก็มาจาก ความต้องการเงินทุน เพื่อนำไปลงทุนใหม่ ก็เป็นไปได้ ซึ่งกลุ่มที่ออกหุ้นกู้ที่ไม่มีเรตติ้งก็พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจขนาดกลาง จนถึงเล็ก ซึ่งต่างกับบริษัทใหญ่ ที่มักออกหุ้นกู้มีเรตติ้ง”

นายนริศ กล่าวด้วยว่า หากดูต้นทุนการออกหุ้นกู้เอกชนวันนี้พบว่า ต้นทุนการออกยังต่ำสุดในรอบ 10ปี นับตั้งแต่ปี 2553 จึงเอื้อให้เอกชนออกมากขึ้น เช่นหากออกหุ้นกู้ระดับ AAA จะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่ารัฐบาลกู้เพียง 0.3% เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันหากดูการออกหุ้นกู้แบบไม่มีเรตติ้ง จะต้องมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5% และหากเทียบกับการออกหุ้นกู้ที่มีเรตติ้งระดับ BB พบว่า ต้นทุนแทบไม่ต่างกัน

ดังนั้นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า มีความต้องการจากนักลงทุนที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนสูงขึ้น (search for yield) จึงยอม ถือตราสารที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

“แม้ต้นทุนการออกหุ้นกู้ของพวกนอนเรตติ้ง จะสูงกว่าทุกกลุ่ม และจะสังเกตุได้ว่า ยังมีบริษัทจำนวนมากที่ยังออกหุ้นกู้ไม่มีเรตติ้งอยู่ ซึ่งเหล่านี้ก็สะท้อนว่า มีดีมานด์ มีตลาดรองรับ และชี้ให้เห็นว่า ยังการ Search for yield สูงมากขึ้น ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ตลาดนี้ได้รับความน่าสนใจในการเข้าไปลงทุนมากขึ้น ซึ่งการเติบโตของการออกหุ้นกู้ที่ไม่มีเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เราก็ห่วงว่าอาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-'หุ้นกู้ระยะสั้น' ยังเด่นแนะลงทุนตราสารจัดเรทติ้ง

-'ทริส' ขยับเครดิตหุ้นกู้น้ำงึม2 'A'

-การปรับเพิ่มมุมมองของฟิตช์เป็นบวกต่อทิศทางเงินทุนไหลเข้า

-สัญญาณเตือนจากตลาดตราสารหนี้