AWCเนื้อหอม ต่างชาติ'จองล้น'

AWCเนื้อหอม ต่างชาติ'จองล้น'

“แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” ขายหุ้นไอพีโอ 8พันล้านหุ้น“เกลี้ยง”  ชี้นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจองซื้อล้นหลามกว่า 85%   ที่เหลืออีก 15% เป็นรายย่อย เตรียมนำเงินระดมทุน 4.8หมื่นล้านบาท สยายปีกธุรกิจ ตั้งเป้าอีก 5 ปี "อิบิทด้า"โตก้าวกระโดด

ต่างชาติจองหุ้น‘แอสเสทเวิรด์’ล้น 

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย การเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า เบื้องต้นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู) ของ AWC รวม 8,000 ล้านหุ้น ได้รับการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยในประเทศจำนวนมาก จึงทำให้ขายหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ แบ่งสัดส่วนการจัดสรรให้กับนักลงทุนในต่างประเทศ 53% และนักลงทุนในประเทศ  47% โดยมีสัดส่วนนักลงทุนที่เป็นสถาบันเข้ามาจองซื้อกว่า 85% และนักลงทุนรายย่อยราว 15% ของหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันชั้นนำในต่างประเทศให้ความสนใจในการจองซื้อค่อนข้างมาก จึงจองซื้ออย่างล้นหลาม

สำหรับผลการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบัน (Book building) ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามียอดจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันล้นกี่เท่า เนื่องจากการจัดสรรหุ้นให้กับอันเดอร์ไรท์เตอร์แต่ละรายอาจไม่เท่ากัน จึงทำให้การคำนวนทำได้ค่อนข้างยาก

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  AWC  กล่าวว่า ต้องขอบคุณนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้นของบริษัท ซึ่งเราจะตั้งใจทำให้ AWC เติบโตไปพร้อมๆกัน โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเดินสายโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ จึงได้พบกับนักลงทุนระดับโลกที่มองการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่สนใจมุมมองการเติบโตของบริษัท และโครงสร้างการดูแลกิจการที่ดี รวมถึงโครงสร้างกรรมการที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทเติบโตได้แบบยั่งยืน

ส่วนเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นเพิ่มทุน  48,000 ล้านบาทนั้น บริษัทจะนำไปเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของหรือแอสเซทกลุ่มที่ 3 ประมาณ 25,000 ล้านบาท และใช้ในการลงทุนปรับปรุงทรัพย์สินเดิมของบริษัทราว 20,000 ล้านบาท และที่เหลืออีกราว 3,000 ล้านบาทใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

ส่วนเป้าหมายภายโดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี2563-2567) บริษัทคาดว่าจะมีห้องพักโรงแรมรวมเพิ่มเป็น 8,500 ห้อง จากปัจจุบันมีจำนวน 4,400 ห้อง ส่วนกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail และ Wholesale) บริษัทจะมีพื้นที่เช่าสุทธิรวม 415,481 ตารางเมตร จากปัจจุบันอยู่ที่ 165,000 ตารางเมตร ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่กำไรสุทธิก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อิบิทด้า) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตปีละกว่า 30%

ในส่วนการเติบโตของผลประกอบการและกำไรที่จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด อาจจะทำให้ค่าพี/อีที่อาจสูงในระยะต้นปรับตัวลดลงในระยะกลางและยาว โดยจะสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ซึ่งในแง่ผลตอบแทนของกระแสเงินสดและมูลค่าทรัพย์สินที่อยู่กับผู้ลงทุนโดยรวมเติบโตอย่างมั่นคงและยังยืน

“วันนี้เราเติบโตแบบก้าวกระโดดมาก เพราะทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบันกำลังสร้างรายได้และบางส่วนเป็นโครงการเพิ่งเปิดซึ่งมีการเติบโตสูง รวมถึงยังมีทรัพย์สินที่จะใส่เข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดเด่นของมูลค่าทรัพย์สินของ AWC เพราะโดยส่วนใหญ่ AWC ถือทรัพย์สินแบบเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (Freehold) ซึ่งโครงการที่จะเปิดและกระแสเงินสดที่กำลังจะเข้ามานั้น บริษัทได้ลงทุนเรียบร้อยหมดแล้ว ทำให้ตรงนี้เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง ซึ่งดูจากการประเมินราคาของบทวิเคราะห์ทั้ง 7 บริษัท ถือว่ามีราคาส่วนลดถึง 10% ของมูลค่าที่เป็นแฟร์แวลู และเป็นจุดที่นักลงทุนสถาบันสนใจ เพราะเล็งเห็นถึงมูลค่าในส่วนนี้ทั้งหมด”

 นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นไอพีโอของAWCในครั้งนี้ นับเป็นการเสนอขายหุ้นไอพีโอของบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate)ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรอบ5ปีที่ผ่านมา และด้วยมูลค่าเสนอขายดังกล่าวเป็นผลให้ AWC มีโอกาสได้รับการจัดเข้าไปรวมอยู่ในดัชนี SET50 ด้วยเกณฑ์ในแบบ Fast track