'เงินบาท- ตลาดหุ้น' รอผลเจรจาสงครามการค้า

'เงินบาท- ตลาดหุ้น' รอผลเจรจาสงครามการค้า

สัปดาห์นี้ ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนมองแนวโน้มการเจรจาการค้าสหรัฐฯและจีนในทางบวก โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.465-30.655 บาทต่อดอลลาร์ และปิดตลาดที่ 30.63 บาทต่อดอลลาร์

นักลงทุนรอดูการประชุมการค้าระดับรัฐมนตรีของสหรัฐฯกับจีนที่จะมีขึ้นต้นเดือนต.ค.นี้ โดยการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีนต้องติดตามต่อเนื่องเพราะอาจเกิดการพลิกผันได้ทุกเมื่อ และส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนตามไปด้วย

 ในส่วนของตลาดการเงินไทยสัปดาห์นี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่1.50%ต่อปี พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว2.8%ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่3.3% สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วง1สัปดาห์ข้างหน้า “ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย” คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.40-30.80บาทต่อดอลลาร์ โดยประเด็นเรื่องปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนเป็นปัจจัยหลักที่ต้องจับตาเหมือนเดิม

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (27ก.ย.) ปิดการซื้อขายที่ 1,643.76 จุด เพิ่มขึ้น 7.01 จุด หรือ 0.43% มีมูลค่าการซื้อขาย 49,902.38 ล้านบาท "บล.เอเซีย พลัส" ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าดัชนีฯน่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ  เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา หลังการประชุมกนง.ผ่านพ้นไป  ประกอบกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯอยู่ในช่วงกลางเดือนต.ค.2562 โดยให้กรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,620-1,650 จุด

ด้านความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอยู่ที่ 1,497.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 21,750 บาทต่อบาททองคำ “วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล” ระบุว่า ในระยะสั้นแนะนํานักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัว ในแนวรับที่1,493-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดช่วงดังกล่าว อาจจะชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคาแนวรับด้านล่าง แต่หากราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,507-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังไม่สามารถผ่านไปได้ แนะนําขายทองคําออกมาเพื่อลดความเสี่ยง