TMILL - ถือรับปันผล

TMILL - ถือรับปันผล

2Q62 กำไรอ่อนตัวตามคาดจากภาวะการแข่งขันสูง

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • รายงานกำไร 2Q62 -11%QoQ และ -18%YoY : TMILL รายงานกำไร 2Q62 ที่ 22.1 ล้านบาทเป็นไปตามคาดจากการแข่งขันที่สูงขึ้นหลังมีคู่แข่งใหม่เข้ามา 2 รายตั้งแต่ปี 61 ส่งผลให้มีการตัดราคาเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยรายได้ 2Q62 ของบริษัทอยู่ที่ 355 ล้านบาท -7%QoQ และทรงตัว YoY ขณะที่ปริมาณจำหน่ายปรับตัวลงสู่ 20,912 ตัน -8%QoQ และ -1%YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.3% ใน 2Q61 และ 16.2% ใน 1Q62 สู่ 15.4% ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่สูงขึ้น อีกทั้งราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้น 12%QoQ จาก 4.59 $/Bushels สู่ 5.12 $/Bushels ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารทรงตัวที่ระดับ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวลงจาก 2.35 ล้านบาทใน 1Q62 สู่ 1.94 ล้านบาทใน 2Q62 เนื่องจากการบริหารเงินและหาแหล่งเงินกู้ต้นทุนต่ำได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไร 1H62 อยู่ที่ 48.8 ล้านบาท -13%YoY และคิดเป็น 51% ของประมาณการ
  • การแข่งขันรุนแรงขึ้นจากคู่แข่งใหม่ : ระหว่างปี 60-61 มีโรงงานผลิตแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 2 แห่งกำลังการผลิต 200-400 ตันข้าวสาลีต่อวัน(ที่มา TMILL 56-1) แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าโรงงานของบริษัท แต่คาดว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากแป้งสาลีของแต่ละบริษัทมีความคล้ายคลึงกันส่งผลให้ลูกค้าพิจารณาจากราคาเป็นหลัก เราคาดว่าโรงงานใหม่ทั้ง 2 แห่งจะใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ TMILL ก็มีความต้องการขยายตลาดเพื่อใช้กำลังการผลิตให้ถึงจุดคุ้มทุนที่ 75% 1H62 ใช้กำลังการผลิตที่ 72.7% ขณะที่ปี 61 อยู่ที่ 68% ด้านอุปสงค์การบริโภคแป้งสาลีคาดว่าจะทรงตัวตามจำนวนประชากรไทยปี 59-61 เติบโตเพียง 0.4% สู่ 66.4 ล้านคน (ที่มา กรมการปกครอง)
  • คงประมาณการกำไรปี 62 หดตัว 10%YoY เนื่องจากการแข่งขันสูง : ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 62 ราว 96 ล้านบาท หดตัว 10%YoY แม้รายได้จะเติบโต 7.8%YoY สู่ 1.5 พันล้านบาทตามปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะลดลงจาก 19% ในปี 61 เหลือ 15-16% ในปี 62 จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดย 1H62 บริษัทรายงานกำไร 48.8 ล้านบาทหรือคิดเป็น 51% ของประมาณการ ขณะที่ 2H62 เราคาดว่าจะเป็นช่วง High season ของธุรกิจ แต่อัตรากำไรขั้นต้นอาจทรงตัวในระดับต่ำที่ 15-16% จากผลกระทบของการแข่งขันที่รุนแรงทำให้กำไร 2H62 จะทรงตัวใกล้เคียง 1H62
  • คงคำแนะนำ “ถือรับปันผลที่ราคาเหมาะสม 3.36 บาท: ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PE Ratio โดยอิง Prospective P/E ที่ระดับ 14 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 62 ราว 0.24 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมที่ 3.36 บาท แต่เราคาดว่าผลประกอบการมีแนวโน้มชะลอตัวจากปีก่อนจึงแนะนำ ถือรับปันผลโดยคาดหวังเงินปันผลที่ 4.8% ต่อปี

จุดแข็ง  - เป็นสินค้าที่มีการบริโภคสม่ำเสมอ                  

           - จ่ายปันผลสม่ำเสมอเฉลี่ย 4-5%

ความเสี่ยง : คู่แข่งปรับลดราคาเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด

              : ราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นและเงินบาทอ่อนค่า