จ่อเกลี่ย‘ปาร์ตี้ลิสต์’ รอบสอง ‘วิษณุ’ชี้ใบเหลืองสมุทรปราการ คำนวณที่นั่งส.ส.ใหม่

จ่อเกลี่ย‘ปาร์ตี้ลิสต์’ รอบสอง  ‘วิษณุ’ชี้ใบเหลืองสมุทรปราการ คำนวณที่นั่งส.ส.ใหม่

“วิษณุ” ชี้ แจกใบเหลืองเขต5สมุทรปราการ ต้องคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ เหตุเป็นกรณีทุจริต ฟันธงปม “นวัธ” ขาดคุณสมบัติ ด้าน “ประวิตร” เชื่อกลุ่มชูป้ายประท้วงนิวยอร์ก มีคนบงการ ขณะที่พปชร.โต้ประธานยุทธศาสตร์สั่งเดินหน้าดูดส.ส. “สุดารัตน์” ยันมีคลิปพร้อมเปิด

จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มติเสนอสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่(ใบเหลือง) นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สุมทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีบุคคลใกล้ชิดใส่ซองช่วยงานศพ

วานนี้(25 ก.ย.)นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งก็ต้องเอาคะแนนมาคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่(ปาร์ตี้ลิสต์) เช่น เขตเลือกตั้งที่ 5 จ.สมุทรปราการ หากเป็นเรื่องอื่นไม่ต้องนำมาคำนวณ ส่วนสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกศาลพิพากษาให้ประหารชีวิต และไม่ให้ประกันตัวว่าเรื่องนี้ตรงไปตรงมาตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมีคำพิพากษาว่ามีความผิดอาญา แม้จะรอการลงโทษก็ไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องให้คำพิพากษาถึงที่สุด

ทั้งนี้แม้คดีนี้นายนวัธ ยังสามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ ความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ก็ขาดไปแล้วหากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากลับคำพิพากษาน่าจะไม่ได้คืนสถานะ ส.ส.กลับมาอีก

ด้านนายกรุงศรีวิไล กล่าวว่ากรณีถูกใบเหลืองนั้น ตนช่วยงานชาวบ้านแบบนี้มา 9 ปีแล้ว ไปทุกงาน และตอนที่มีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมา กำหนดว่าห้ามให้เงินหรือมอบสิ่งของก็หยุด แต่คนที่ร้องเรียนไปนำภาพเก่าในช่วงก่อนนั้นมาร้องเรียนในช่วงที่กำลังหาเสียงเลือกตั้ง ตนก็ได้ชี้แจงกับ กกต.ไปแล้ว ส่วนที่มีรูปตนอยู่ในซองนั้น ก็เพราะคนที่ไปมอบเป็นลูกน้องตน ไปทำหน้าที่แทน 

ตอนนี้ตนยังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตามปกติอยู่ ยกเว้นศาลจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และหากมีการเลือกตั้งซ่อมก็ความพร้อม และมั่นใจ เพราะทำพื้นที่มานานกว่า 10 ปี ไปถามชาวบ้านได้ว่ากรุงศรีวิไลเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีแจกใบเหลืองเขต5 จ.สมุทรปราการส่งผลให้กกต.ต้องมีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ และถือเป็นครั้งที่2 ต่อจากการเลือกตั้งซ่อมเขต 8 เชียงใหม่ ซึ่งนั้นครั้งนั้นพรรคพลังประชารัฐ(พปชรร.)และพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นพรรคละ 1 คนคือน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี และ น.ส.จิตภัสร์ (ตั๊น) กฤดากร ขณะที่นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม พ้นสภาพการเป็นส.ส.จากการคำนวณสัดส่วนในครั้งดังกล่าว

ชูป้ายป้ายท้วงนายกฯมีเบื้องหลัง

ส่วนกรณีมีกลุ่มคนไปชูป้ายประท้วงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วานนี้(25ก.ย.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบแล้วว่ากลุ่มดังกล่าวไม่ใช่คนไทย แต่ใครทำอะไรก็รู้อยู่ เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวต้องมีอยู่เบื้องหลังแต่พูดไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นใคร 

เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงได้หาข่าวของกลุ่มเสื้อแดงในสหรัฐฯที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านั้นมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม ที่มาประท้วงนายกฯหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราหาข่าวอยู่ตลอดว่าเขาจะเคลื่อนไหวต่อต้านนายกฯ แต่ยังไม่รู้ว่าเชื่อมโยงหรือไม่ อย่างไรก็ตามการแสดงออกจะมีนัยยะอะไร ตนไม่ทราบ

วิรัชปัดประวิตรสั่งดูดส.ส.

ขณะที่ความเคลื่อนไหวหลังมีกระแสข่าวดูดส.ส. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่ากรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการดีลงูเห่ามาสนับสนุนรัฐบาล เป็นเรื่องที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร.รับผิดชอบโดยตรงว่า ยืนยันว่าประธานยุทธศาสตร์ฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากทราบเป็นอย่างดีว่าการทำเช่นนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย 

ดังนั้น การที่ร.อ.ธรรมนัส ออกมาพูดเช่นนั้น อาจเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะการที่พล.อ.ประวิตร เข้ามาดูแลยุทธศาสตร์พรรคพปชร.เพื่อดูแลในเรื่องการเลือกตั้ง และทำให้พรรคแข็งแกร่งมีประสิทธิภาพในการทำงานให้ประชาชน

“เรารู้ว่าจะทำอย่างไรให้พรรคร่วมรัฐบาลสามารถโหวตให้มีเสียงเกิน 245 ได้ เมื่อนั้นก็เชื่อว่าทุกญัตติรัฐบาลจะชนะ การเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจึงไม่เป็นประเด็น” นายวิรัช กล่าว

สุดารัตน์ย้ำมีคลิปดูดส.ส.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ออกมาระบุเปิดคลิปหลักฐานการดูดส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ไปร่วมกับฝั่งรัฐบาลว่า เรื่องนี้เกิดจากการปล่อยข่าวจากฝั่งรัฐบาล ว่าในสมัยประชุมหน้าจะมี ส.ส.ย้ายพรรคไปกว่า 20 คน ส่วนตัวพอทราบถึงกระแสข่าวนี้ จึงได้ตอบกับสื่อมวลชนไป โดยไม่ได้ระบุถึงชื่อบุคคลใด

ตนยืนยันว่ากรณีเชิญชวน ส.ส.ภายในพรรคเพื่อไทย มีจริง เพราะมีส.ส.ของพรรคเล่าให้ผู้บริหารพรรคในสภาฯ ฟัง โดยมีรายละเอียดคือ มีการนัดบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปที่โรงแรมในละแวกสภาฯ และในช่วงบ่ายก็มีความพยามนัดอีกครั้ง ซึ่งมีการพูดจูงใจให้มีการย้ายข้าง เพื่อรองรับในการพิจารณางบประมาณ และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งในส่วนของคลิปเสียงและไลน์ที่เป็นหลักฐาน เราได้รวบรวมให้กับฝ่ายกฎหมายดำเนินการ เราไม่ได้ต้องมาบลั๊ฟทางการเมือง เ แต่หวังจะเอามาดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างไรก็ดีความพยายามวันนี้ขึ้นอยู่กับสำนึกผู้มีอำนาจ สังคมต้องพิจารณาเรื่องเหล่านี้ 

ส่วนกรณีที่ศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาประหารชีวิต นายนวัธ ว่า พรรคยืนยันให้เป็นไปตามกฎหมาย

ธนาธรชี้ยุบอนค.หวังดูดส.ส.

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าอนาคตใหม่ กล่าวถึง การเดินหน้าจัดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า จากการเดินสาย 3 ภูมิภาค รู้สึกตกใจจากเสียงตอบรับที่ประชาชนมีความตื่นตัวมาก และเห็นว่าประชาชนมีความเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หลังจากการเปิดสมัยประชุมสภาเรื่องการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นญัตติแรกๆ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) เพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนเองอยากให้ประชาชนจับตาว่าการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้พรรคการเมืองใด และ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยที่จะแก้

นายธนาธร ยังกล่าวถึงคดีความต่างๆทั้งการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด มั่นใจมากว่าไม่มีหลักฐานอื่นใดมาหักล้างหลักฐานที่ตนเองได้แสดงไปแล้ว เช่นเดียวกับกรณีการปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาทนั้น ย้ำว่าเงินกูเป็นหนี้สินไม่ใช่รายได้ไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงิน

ดังนั้นคิดว่ากระแสข่าวเรื่องการจะยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นความต้องการที่จะดึง ส.ส. ของพรรคและพยายามที่จะรอซื้องูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่านี่คือเป้าหมายสำคัญเพราะรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ และ ส.ส. ทุกคนมีค่าตัวพอมีกระแสข่าว ว่าจะยุบพรรคอนาคตใหม่ก็จะเกิดการล่อซื้อ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ได้ง่ายขึ้นแต่อย่าลืมว่าการเลือกตั้งซ่อม 2 เขต คือเขต 5 จ.นครปฐม และ เขต2 จ.กำแพงเพชร อาจจะเปลี่ยนดุลสมการได้ถ้าประชาชนเลือกฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปทำงานในสภา

ชวนไฟเขียวอภิปรายงบ5วัน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านจะมีการวางแผนจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน ว่า เรื่องเวลาในการอภิปรายไม่น่าจะมีปัญหา สมาชิกสามารถอภิปรายได้เต็มที่ขออย่างเดียวก็คือว่า ไม่ซ้ำซาก วนเวียน และต้องแบ่งเวลาให้สมาชิกคนอื่นได้อภิปรายด้วย

อีกทั้ง ในช่วงเปิดสมัยประชุมหน้า ตนวางแผนจะเชิญทุกฝ่ายมาหารือว่า จะให้มีการรวมกลุ่มญัตติเพื่อจะพิจารณากันว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาเท่าใด และทุกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบด้วย ส่วนความกังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำนั้น แต่ละฝ่ายก็ต้องพิจารณากันเอง ทั้งนี้ หากร่างกฎหมายงบประมาณไม่ผ่านแล้ว ก็น่าจะนึกออกว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในทางการเมืองบ้าง