เอดีบีหั่นจีดีพีปีนี้โต3% ลุ้นปีหน้าฟื้น

เอดีบีหั่นจีดีพีปีนี้โต3% ลุ้นปีหน้าฟื้น

เอดีบีปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ โตเหลือ 3% จาก3.9% จ่อทบทวนประมาณการณ์รอบใหม่ธ.ค.นี้ ชี้พิษสงครามการค้า กดส่งออกและท่องเที่ยวชะลอ ลุ้นปีห

นายเทียม ฮีอึง เศรษฐกรอาวุโส ประจำธนาคารพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี เปิดเผยว่า เอดีบีปรับคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี2562 ลดลงจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนเม..ที่ผ่านมาแม้จะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังของปี2562

โดยได้ปรับอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย(จีดีพี) ปีนี้คาดว่าเติบโตอยู่ที่3% ลดลงจากเดิมคาดไว้ที่3.9% และที่ 4.1% ในปี2561 และคาดว่าจะฟื้นตัวที่3.2 % ในปี2563 แต่ลดลงจากเดิมคาดไว้ที่3.7% อย่างไรก็ตามเอดีบีจะมีการทบทวนประมาณการณ์อีกครั้งในเดือนธ..นี้

ทั้งนี้ การปรับลดคาดารณ์จีดีพีปีนี้จากปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ  โดยเฉพาะการเจรจาสงครามการค้าจีนกับสหรัฐมีแนวโน้มตรึงเครียดมากขี้น  ภาคการส่งออกหดตัวนักท่องเที่ยวชะลอตัวลงและเงินบาทแข็งค่าสูงสุดทำประวัติการณ์ในช่วง2-3เดือนที่ผ่าน

ในส่วนการส่งออกสินค้าและบริการของไทยคาดว่าจะขยายตัวที่5.5 % ต่อปีในรายงานฉบับเดือนเมษายนปรับมาเป็นการหดตัวที่3.5 %ในปีนี้และ3.0 % ในปีหน้ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเหรียญสหรัฐซึ่งเดิมคาดว่าจะขยายตัว  5.0 % ต่อปีปัจจุบันคาดว่าจะอยู่ในภาวะซบเซาทั้งในปีนี้และปีหน้า

ทางด้านอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ1 ทั้งในปีนี้และปีหน้าเนื่องจากสภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจซึ่งไม่มีการปรับประมาณการในรายงานฉบับนี้เช่นเดียวกับการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากประมาณการครั้งก่อน

ขณะที่ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาทั้งจากปัจจัยภายนอกดังกล่าวนอกจากนี้ความเสี่ยงปัจจัยภายในประเทศหากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานล่าช้าออกไปอีกและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงแต่หลังจากธปท. เข้ามาดูแลหวังว่าระดับหนี้ครัวเรือนจะไม่เพิ่มขึ้นมากขึ้น

ทางด้านการใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมองว่าคงใช้ไม่ได้ผลเพราะปัจจุบันดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำแล้วถ้าลดดอกเบี้ยอีกคงไม่ได้ช่วยดังนั้นมองว่าการใช้นโยบายการคลังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าสำหรับปัจจัยสนับสนุนอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีหน้ามาจาก3 ปัจจัยหลักกคือ1.สงคราการค้ามีข้อดีที่จะให้มีเงินทุนFDIมาไทยเพิ่มขึ้นปัจจุบันพบว่าแนวโน้มมีเงินทุนจากจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นแล้ว2. ภาครัฐคงจะมีมาตรการแพกเกจกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะกับมาตรการชิมช้อปใช้ออกมาต่อเนื่องหากเฟสแรกปีนี้ยังไม่ได้ผลมากหรือสถานการณ์ต่างๆยังแย่ลง3. การลงทุนในEECที่จะเริ่มเกิดขึ้นชัดเจนในปีหน้า

นอกจากนี้เอดีบียังได้ปรับลดอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในเอเชียปีนี้จาก1.9% มาอยู่ที่1.7% และในปีหน้า1.6% มาอยู่ที่1.4% ลดลงจากในปี2560 จีดีพีเติบโต2.2% เป็นผลจากการสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐทำให้การค้าทั่วโลกชะลอตัวลงรวมถึงประเทศต่างในภูมิภาคมีเศรษฐกิจชะลอตัวลงตามไปด้วย  ขณะที่เงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นที่ระดับ2.4%แต่ก็ยังอยู่ต่ำค่าเฉลี่ย10ปีที่3.2%

แนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเข้ามาดำเนินมาตรการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจแต่อย่างไรตามหลังจากนี้ยังหลายปัจจัยเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดการเจราการค้าจีนกับสหรัฐเริ่มแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าเดิมสถานการณ์การบริโภคในญี่ปุ่นและผลกระทบจากเบร็กซิท  รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูงในหลายประเทศ  เช่นไทยมาเลเซียและจีนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด