'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์'เตรียมขายไอพีโอ109.30 ล้านหุ้น หวังนำเงินขยายธุรกิจ

'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์'เตรียมขายไอพีโอ109.30 ล้านหุ้น หวังนำเงินขยายธุรกิจ

'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์' บริษัทย่อย 'ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป'ยื่นไฟลิ่ง ขายไอพีโอไม่เกิน 109.30 ล้านบาท หวังระดมทุนเงินขยายธุรกิจ ชำระหนี้สถาบันการเงิน เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 ข้อมูลแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ระบุ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ยื่นไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ( IPO) จำนวนไม่เกิน 109.30 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 2 บาท หรือ คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 21.86 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนี้ แบ่งเป็น หุ้นสามัญเพิ่มทุน ไม่เกิน 90 ล้านหุ้น และเป็นหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ TU จำนวนไม่เกิน 19.30 ล้านหุ้น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน  โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้บริษัทจะนำไป ขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซียและประเทศอื่นที่มีศักยภาพ รวมถึงใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำชั้นนำของประเทศไทย โดยบริษัทฯ มีปริมาณการขายอาหารปลากะพงคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 49 ของปริมาณการขายอาหารปลากะพงในประเทศไทย มีปริมาณการขายอาหารกุ้ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 18 ของปริมาณการขายอาหารกุ้งในประเทศไทย และปริมาณการขายอาหารปลาของบริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 12 ของปริมาณการขายอาหารปลาในประเทศไทย


สำหรับ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตอาหารสัตว์รวมเท่ากับ 312,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น กำลังการผลิตอาหารกุ้ง 210,000 ตันต่อปี กำลังการผลิตอาหารปลา 72,000 ตันต่อปี และกำลังการผลิตอาหารสัตว์บก 30,000 ตันต่อปี มีผลประกอบการงวด 6 เดือน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีรายได้รวม 2,538.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 509.3 ล้านบาท


ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 ประกอบด้วย 1. TU ถือหุ้น  274.3 ล้านหุ้น คิดเป็น ร้อยละ 66.9หลังเสนอขาย IPO จะถือหุ้น 255 ล้านหุ้นคิดเป็นร้อยละ 51 , กลุ่มนายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ถือหุ้น 63.43 ล้านหุ้น คิดเป็น ร้อยละ 15.5 หลังเสนอขาย IPO จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือร้อยละ 12.7

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 50.0 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฎหมายแล้ว