คงมุมมองตลาดเดือน ก.ย. ฟื้นตัวดีขึ้น เชื่อปธน.ทรัมป์จะถอยเรื่องสงครามการค้า

คงมุมมองตลาดเดือน ก.ย. ฟื้นตัวดีขึ้น เชื่อปธน.ทรัมป์จะถอยเรื่องสงครามการค้า

GDP สหรัฐฯ ชะลอตามคาด แต่เป็นสิ่งที่ดี

ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/62 ที่ 2.0% สอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด แต่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1/62 ที่ 3.1% แม้ตัวเลขชะลอลงแต่ตลาดตอบรับเป็นบวกเพราะ 1) โมเมนตัมดังกล่าวสนับสนุนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจากเฟด และ 2) หนุนให้สหรัฐฯ ลดความขัดแย้งทางการค้า ทั้งนี้การส่งสัญญาณจากจีนที่ยังพร้อมจะพูดคุย รวมถึงประธานาธิปดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการเจรจาในวันนี้ ทำให้ตลาดมีความคาดหวังเชิงบวกมากขึ้นหลังจากตอบรับประเด็นลบมาพอสมควร เรายังคงมุมมองว่าไม่เร็วก็ช้า ปธน.ทรัมป์ จะหาทางถอยเรื่องของสงครามการค้า ซึ่งจะเป็นอัพไซด์ของตลาดต่อไป

ธปท.เลื่อนใช้เกณฑ์คุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด (DSR) จะยังไม่นำมาใช้ภายในปีนี้ แต่จะมีมาตรฐานกลางในการคำนวณ DSR เพื่อให้ธปท. สามารถติดตามภาระหนี้ครัวเรือนและกำกับภาพรวมของการปล่อยกู้รายย่อย ทั้งนี้ผลกระทบแท้จริงคาดมีจำกัด เนื่องจากธนาคารแต่ละแห่งมีเกณฑ์ DSR ของตัวเอง และที่ผ่านมาธนาคารบางแห่ง อาทิ กสิกรไทยและไทยพาณิชย์  ได้มีการปรับเกณฑ์ภายในเพื่อคุมสินเชื่อกลุ่มเสี่ยงหรือเปราะบางเพ่มขึ้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการเลื่อนการบังคับใช้เกณฑ์ DSR อย่างเข้มงวดส่งผลดีต่อการปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล และต่อจิตวิทยาการลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร ที่หลายแห่งปรับลดลงมาจนต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี หุ้นเด่นในกลุ่มนี้คือ BBL, SCB

คงมุมมองตั้งหลักช่วงปลายส.ค. และปรับดีขึ้นในช่วงก.ย. โดยมีเป้าหมายขึ้นทดสอบ 1650-1670 จุด สนับสนุนจาก การผ่อนคลายนโยบายการเงินจากการประชุมธนาคารกลางยโรป (7 ก.ย.) และสหรัฐฯ (19-20 ก.ย.) และสงครามการค้าที่แม้ยังยืดเยื้อ แต่มีแนวโน้มว่าผ่านจุดตึงเครียดที่สุดไปแล้ว จะสนับสุนให้หุ้นในกลุ่มวัฎจักร (เด่นสุดคือโรงกลั่น) รวมถึงหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีโอกาสฟื้นตัว ขณะเดียวกันระวังแรงทำกำไรในกลุ่มหุ้นปลอดภัยที่ปรับขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา

เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน ยังเน้นหุ้นที่ Valuation ถูก หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ WHAUP, GUNKUL*, BCPG, EASTW*, BJC*, CPF, TU, GFPT, CPN, NNCL*, MFEC* เป็นต้น // เก็งกำไร นิคมอุตสาหกรรม EHA, AMATA / หุ้นเล็ก AQUA*, EPCO*, VL* / เดินเรือ TTA*, PSL* / กลุ่มธนาคาร ลุ้นฟื้นจากประกาศปันผลระหว่างกาลช่วงกลาง ส.ค. SCB, BBL, KBANK โดยควรกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง

ภาพรวมกลยุทธ์: การผ่าน 1631 จุด ทำให้ภาพของตลาดในช่วง 1 เดือนข้างหน้าเคลื่อนไหวเป็นกลาง-บวก โดยมีเป้าหมาย 1650-1670 จุด เน้นเลือกหุ้นที่ปรับลดลงมามาก และมีปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัว อาทิ โรงกลั่น เดินเรือ // หุ้นแนะนำวันนี้ TOP, CPN / เก็งกำไร TTA* (เป้า 7, ตัดขาดทุน 5.40), EPG* (เป้า 8, ตัดขาดทุน 7)

แนวรับ 1600-1609 จุด / แนวต้าน : 1631-1643 สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

ฝ่ายค้านอังกฤษฟ้องศาลขวางการปิดสภา – สมาชิกพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ 70 คน ยื่นฟ้องต่อศาลสกอตแลนด์เพื่อให้วินิจฉัยกรณี นายกฯ นายบอริส จอห์นสัน ขยายเวลาปิดสมัยประชุมสภาว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

US GDP 2Q62 – สหรัฐฯ รายงานตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP 2Q62 ขยายตัว 2% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยการลงทุน-การผลิต หดตัว แต่การบริโภคยังโต

เลื่อนประชุม ครม. – โฆษกรัฐบาล ประกาศเลื่อนประชุม ครม.เศรษฐกิจ ออกไปจากเดิมที่ระชุมวันนี้ แต่ยังไม่แจ้งว่าจะเลื่อนไปถึงเมื่อไหร่

BANPU – บอร์ดมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน 7.5% วงเงินไม่เกิน 5 พันลบ. โดยมีกำหนดระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. 2562 – 10 มี.ค. 2563 จุดประสงค์เพื่อการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ประเด็นติดตาม: 29 ส.ค. – US GDP 2Q62 / Initial Jobless Claim, 30 ส.ค.ดุลการค้าไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)