คนผิดกว่า 7 แสน ยธ.เร่งสร้างมาตรการลงโทษแทนจำคุก

คนผิดกว่า 7 แสน ยธ.เร่งสร้างมาตรการลงโทษแทนจำคุก

"สมศักดิ์" ชี้ ยธ.ดูแลผู้กระทำผิดทั้งระบบกว่า 7 แสนคน เร่งพัฒนากฎหมายสร้างมาตรการลงโทษแทนการจำคุก เผยยกเลิกสัญญาเช่ากำไลอีเอ็ม คืนงบฯให้ก.คลัง ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำรอบคอบ รอปลัดยธ.ชี้ขาด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิด “งานคุมประพฤติ 40 ปีมุ่งสู่ Probation 4.0” ว่า ปัจจุบันผู้กระทำผิด ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุมประพฤติ มีจำนวนกว่า 700,000 คน ซึ่งการถูกคุมประพฤติถือเป็นระบบงานหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขฟื้นฟู และให้โอกาสกับผู้กระทำผิดให้สามารถกลับตนเป็นคนดี โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบเรือนจำ และเป็นมาตรการทางเลือกในการลงโทษผู้กระทำผิดแทนการจำคุก โดยใช้การแก้ไขฟื้นฟูและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดที่ได้รับโอกาสดังกล่าว ที่ผ่านมา ระบบ งานคุมประพฤติได้มีพัฒนาการทั้งในด้านกฎหมาย โครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการ และการบูรณาการกับภาคประชาสังคมเพื่อวางระบบงานคุมประพฤติในชุมชน โดยมีภาคประชาชนที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลผู้กระทำผิดในชุมชน คืออาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานคุมประพฤติ ส่งผลให้การแก้ไขฟื้นฟูดูแลผู้กระทำผิดในชุมชนมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้กับชุมชน

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลอีเอ็ม ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ตรงตามทีโออาร์ที่ระบุไว้ในสัญญาว่า เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมคุมประพฤติ ซึ่งต้องร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและนักกฎหมายในภาคราชการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการทำงานของกำไลอีเอ็มตรงกับสัญญาที่ระบุไว้หรือไม่ และคาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนการยกเลิกสัญญากับบริษัทเอกชนคู่สัญญาก็จะต้องใช้เวลากับคณะกรรมการฯพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ หากไม่ได้จะต้องดำเนินการในลักษณะใดได้บ้าง เนื่องจากมีเงื่อนไขของเวลาในการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2562 ในปลายเดือนกันยายนนี้ และในกรณีที่ไม่สามารถเบิกง่ายงบประมาณจำนวนนี้ออกมาใช้ได้ก็ต้องโอนงบประมาณกลับคืนให้กระทรวงการคลังเป็นเรื่องที่น่าวิตก แต่ทั้งนี้ตนก็จะไม่เข้าไปล้วงลูกเพราะได้ทำหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว และปล่อยให้ส่วนราชการเป็นผู้รับผิดชอบต่อไป