คาด 7 วัน รู้ผลสืบสวนข้อเท็จจริง ‘ครูอ้อม อาหารหลางวัน’

คาด 7 วัน รู้ผลสืบสวนข้อเท็จจริง ‘ครูอ้อม อาหารหลางวัน’

“รมว.ศธ.” ส่งคณะทำงานลงพื้นที่ “ครูอ้อม” ร้องอาหารกลางวัน เตรียมพิจารณาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ สืบค้นหาข้อเท็จจริง คาดไม่เกิน 7 วัน

ไม่เจากกรณีน.ส.อ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ หรือครูอ้อม ครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และ 2 โรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ถูกรังแกเนื่องจากเปิดเผยข้อมูลอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดวงเดือนไม่ได้มาตรฐาน บางมื้อนักเรียนได้กินแต่เส้นมาม่า ไม่มีไข่ไม่มีเนื้อสัตว์ นั้น

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนกำลังส่งคณะทำงานเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาโครงสร้างการบริหารใหญ่ของ ศธ.ที่มีการพูดถึงอยู่ตลอด คือ เรื่องอาหารกลางวัน ซึ่งกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณและการบริหารจัดการทั้งระบบ โดยขณะนี้คณะทำงานได้มีการเสนอเรื่องการดำเนินการมาให้พิจารณาแล้ว ทั้งในเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ และการนำกฎ ระเบียบต่างๆ มาบังคับใช้ในเรื่องการตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการทำงานโครการอาหารกลางวันของโรงเรียนต่างๆ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการตรวจสอบยังไม่มีความเข้มข้น หรือว่าไม่สม่ำเสมอพอเท่าที่ควร หากใครมีความต้องการที่จะเรียกร้องความถูกต้อง ศธ.ก็พร้อมที่จะรับเรื่องไว้ และสืบค้นหาข้อเท็จจริง

“สำหรับเรื่องที่สังคมมองว่า ครูอ้อมจะถูกรังแกเนื่องจากเปิดเผยข้อมูลนั้น ผมขอให้คณะทำงานของผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบก่อน เพราะเท่าที่ผมทราบตอนนี้มีหลายกระแสและหลายข้อมูลมาก ดังนั้น ผมจึงต้องให้ประโยชน์กับผู้ที่ถูกกล่าวหาในทุกๆ เรื่อง ทั้งนี้หากว่าผมได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว ก็มั่นใจว่าจะสามารถให้คำตอบกับสังคมได้ แม้ว่าปัญหาเรื่องอาหารกลางวันจะเกิดขึ้นมาเป็นระยะ และต้องยอมรับว่ามีโรงเรียนหลายหมื่นโรงที่มีปัญหาในลักษณะอยู่ เป็นโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากมีนักเรียนน้อย ซึ่ง ศธ.ต้องเข้าไปดูแลและคิดว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าโรงเรียนส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายที่พอเพียงสำหรับการทำอาหารที่มีโภชนาการครบสำหรับนักเรียน” รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน นายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยนาท ได้รายงานให้ทราบกรณีที่มีคำสั่งย้าย น.ส.อ้อมอารีย์ ให้ไปช่วยราชการที่ สพป.ชัยนาท เนื่องจากทางเขตฯเห็นว่าก่อนหน้านั้น ได้มีเหตุการณ์มีผู้นำถุงเลือดสดมาปาใส่ที่บริเวณด้านหน้าห้องเรียนที่ครูอ้อมสอนอยู่ และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางเขตฯมีความเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของครูอ้อม จึงได้มีคำสั่งให้ครูอ้อมไปช่วยราชการในระหว่างนี้ไปก่อน แต่เนื่องจากเขตฯไม่ได้บอกกล่าวครูอ้อม และชาวบ้านก่อนจึงทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น โดยทางเขตฯยืนยันทำไปเพราะความหวังดีกับครูอ้อม แต่เมื่อครูอ้อมยืนยันที่จะอยู่ปฎิบัติหน้าที่ต่อที่โรงเรียน ประกอบกับเป็นความต้องการของชาวบ้านด้วย ทางเขตฯจึงได้มีคำสั่งให้ครูอ้อมกลับมาปฎิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนวัดวงเดือนเหมือนเดิม

ส่วนกรณีที่ทางเขตฯ ได้มีคำสั่งย้ายนายสุเทพ สิงห์สม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวงเดือน ไปปฎิบัติหน้าที่ที่ สพป.ชัยนาท นั้น เนื่องจากขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่ครูอ้อมร้องเรียนว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดวงเดือนไม่ได้มาตรฐาน บางมื้อนักเรียนได้กินแต่เส้นมาม่า ไม่มีไข่ไม่มีเนื้อสัตว์ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเปิดทางให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ทางเขตฯจึงได้มีคำสั่งให้นายสุเทพ ไปช่วยปฎิบัติราชการที่ สพป.ชัยนาท ก่อน จนกว่าจะได้ข้อยุติในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการสืบสวนข้อเท็จจริงไม่นาน หรือไม่เกิน 7 วัน.