รมว.ยธ.สั่งดีเอสไอวิเคราะห์ข้อมูลนักค้ายาออนไลน์

รมว.ยธ.สั่งดีเอสไอวิเคราะห์ข้อมูลนักค้ายาออนไลน์

กรมพินิจฯ โชว์สถิติเยาวชนเข้าสถานพินิจลดฮวบ เชื่อโปรแกรมแก้ไขพฤติกรรมเป็นรายบุคคลได้ผล “สมศักดิ์” ห่วงปัญหายาเสพติดราคาถูก-ซื้อขายว่อนโซเชียล สั่งดีเอสไอเร่งวิเคราะห์ข้อมูลนักค้ายาออนไลน์ เตือนปชช.อย่าให้ใครยืมใช้บัตรประชาชน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการทำงานกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่า จากรายงานผลการดำเนินงานของกรมพินิจฯ พบว่าจำนวนเด็กและเยาวชนที่ถูกส่งตัวเข้ามาฟื้นฟูพฤตินิสัยมีจำนวนลดลงจากปีละ 37,000 ราย ปรับลดลงมาเหลือเพียงปีละ 18,000 ราย ซึ่งอาจสะท้อนว่าโปรแกรมแก้ไขพฤติกรรมเป็นรายบุคคลประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้จำนวนเยาวชนกระทำความผิดซ้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติด ซึ่งราคายาถูกลงและซื้อขายง่าย กลุ่มผู้ค้าใช้สื่อออน์ไลน์เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายและขนส่งยาเสพติดผ่านการจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ โดยในปี 62 นี้ มีเยาวชนกระทำผิดในคดียาเสพติดถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจฯปีละเกือบ 10,000 คน

“ในแต่ละวันประชาชนทั่วไปส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน ผ่านที่ทำการไปรษณีย์กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่าหมื่นแห่ง โดยที่ไม่มีการติดตั้งเครื่องเอ็กซ์เรย์ เพราะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจุดละ 3 ล้านบาท ทำให้การตรวจสอบไม่ครอบคลุม เบื้องต้นจึงแนะนำไปยังที่ทำการไปรษณีย์ให้หมั่นตรวจสอบการทำงานของระบบกล้องวงจรปิด เพื่อให้บันทึกภาพหลักฐานผู้ที่มาใช้บริการ พร้อมแจ้งเตือนไปยังประชาชนอย่าหลงเชื่อให้บุคคลใดยืมชื่อหรือยืมบัตรประชาชนไปใช้ส่งพัสดุ เพราะอาจตกเป็นแพะในคดีลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับน.ส.สุปราณี พลดอน หรือน้องลูกปลา นักเรียนชั้นปวช.3 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ปกครอง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จับกุมหลังมีพัสดุฯ จ่าหน้าซองส่งยาไอซ์มาให้”นายสมศักดิ์กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ตนจะสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนับสนุนการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสื่อออนไลน์ของนักค้ายาเสพติด พร้อมทั้งจะสั่งการให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามและประสานความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจุดที่เป็นแหล่งผลิต