จับตาท่าถอยของประธานาธิปดีทรัมป์ จะส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงต่อไป

จับตาท่าถอยของประธานาธิปดีทรัมป์ จะส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงต่อไป

เร็วหรือช้าแต่เชื่อว่าทรัมป์ต้องเตรียมถอย

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกจากอิตาลีได้รัฐบาลใหม่ ขณะที่สหัฐฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลสงครามการค้า และภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวให้ผลตอบแทนต่ำกว่าระยะสั้น (Inverted Yield Curve) โดยส่วนต่างของผลตอบแทนพันธบัตร 2 และ 10 ปี ต่ำสุดนับจากปี 2550 (ค.ศ.2007) ทั้งนี้จากการที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ปฏิเสธข่าวการเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับสู่การเจรจา รวมถึงการที่ครม.จีน ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลท้องถิ่นผ่อนคลายข้อจำกัดในการขายรถยนต์และเปิดห้างร้านยาวนานขึ้น เป็นการส่งสัญญาณว่าจีนเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระยะยาว ที่สำคัญคะแนนนิยมล่าสุดของทรัมป์ (Approval rating) ที่เหลือ 32% (ใกล้เคียงจุดต่ำสุดที่ 30%) น่าจะสร้างแรงกดดันให้ประธานาธิปดีทรัมป์ ตัดสินใจชะลอ หรือลดความร้อนแรงในการทำสงครามเพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับโมเมนตัมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากการกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยลงไม่ได้มากอย่างที่ต้องการ เราประเมินทรัมป์มีโอกาสชะลอการเก็บภาษีจีนที่มีกำหนด 1 ต.ค.ออกไป

กลุ่มโรงกลั่นปรับลดลงจนเริ่มเข้าสู่จุดน่าเสี่ยงซื้อ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกตกต่ำเพราะผลของราคาน้ำมันที่ลดลงและค่าการกลั่นที่ตกต่ำ อย่างไรก็ตามค่าการกลั่นในครึ่งปีหลังเร่มส่งสัญญาณดีขึ้น และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี โดยเฉพาะจากเกณฑ์จำกัดการใช้น้ำมันกำมะถันสูงในการเดินเรือ (IMO2020) ดังนั้นแม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 อาจจะยังถูกถ่วงด้วยขาดทุนจากสต็อค แต่กำไรปกติจะเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาอยู่ในช่วง 0.8-1.0 เท่าของมูลค่าทางบัญชี

ลุ้นการผ่อนคลายของ Fed และ ECB หนุนตลาดช่วงก.ย.ฟื้นตัว เราประเมินตลาดระยะสั้นตอบรับผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ รวมถึงปัจจัยลบสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นไปพอสมควรแล้ว โดยประเมิน SET Index แกว่งตัวตั้งหลัก 1600-1620  จุด ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 1650-1670 ในช่วงก.ย. จากการที่ธนาคารกลางยุโรป สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายผ่อนคลายพร้อมๆกันอีกครั้ง รวมทั้งโอกาสที่สงครามการค้าจะลดความร้อนแรงลง

เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน ยังเน้นหุ้นที่ Valuation ถูก หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ WHAUP, GUNKUL*, BCPG, EASTW*, BJC*, CPF, TU, GFPT, CPN, NNCL*, MFEC* เป็นต้น // เก็งกำไร นิคมอุตสาหกรรม EHA, AMATA / หุ้นเล็ก AQUA*, EPCO*, VL* / เดินเรือ TTA*, PSL* / กลุ่มธนาคาร ลุ้นฟื้นจากประกาศปันผลระหว่างกาลช่วงกลาง ส.ค. SCB, BBL, KBANK โดยควรกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง

ภาพรวมกลยุทธ์: คาด SET Index สร้างฐานบริเวณ 1600-1620 จุด ใช้จังหวะลงแรง selective buy ในกลุ่มหุ้นปลอดภัย และหุ้นที่ Valuation ไม่แพง // หุ้นแนะนำวันนี้ EPG*, WHAUP* เก็งกำไร NNCL* (เป้า 2.40 ตัดขาดทุน 1.95), VL* (เป้า 2.00 ตัดขาดทุน 1.50)

แนวรับ 1600-1609 จุด / แนวต้าน : 1631-1643 สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

ทรัมป์กดดันเฟดต่อเนี่อง – ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความเมื่อคืนนี้ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ไม่ให้ความสนใจต่อกลุ่มผู้ผลิตในสหรัฐฯ (ปล่อยให้ PMI หดตัวลง) และตัดสินใจผิดพลาดในการดำเนินนโยบายการเงิน

ครม.ไฟเขียวมาตรการประกันรายได้เกษตรกร –ข้าว-น้ำมันปาล์ม ปี 2562/63 เสนอวงเงินงบประมาณ 38.873 หมื่นลบ. เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน พร้อมลดค่าใช้จ่ายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ

ครม.อนุมัติงบแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม – ครม.อนุมัติงบ 1.5 หมื่นลบ. แก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ใน 74 จังหวัด

ปรับลดคาดการณ์ MPI-GDP – สศอ.ปรับคาดการณ์ MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมปี 62 เหลือโต 0%-1% จากเดิมที่คาด 2-3% ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ประเด็นติดตาม: 29 ส.ค. – US GDP 2Q62 / Initial Jobless Claim, 30 ส.ค.ดุลการค้าไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)