สงครามการค้ายืดเยื้อกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ก่อนการลดดอกเบี้ยของเฟดช่วยช่วงก.ย.

สงครามการค้ายืดเยื้อกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ก่อนการลดดอกเบี้ยของเฟดช่วยช่วงก.ย.

สงครามการค้ายืดเยื้อและมีแนวโน้มลุกลาม

จีนตอบโต้สหรัฐฯ โดยการเรียกเก็บภาษี 5-10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเก็บภาษี 2 รอบ โดยจะมีผลวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค. และเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐฯ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์ โดยจะมีผลวันที่ 15 ธ.ค.โดยขึ้นกับการเก็บภาษีของสหรัฐฯต่อจีน ทางด้านสหรัฐฯ ตอบโต้โดยขึ้นภาษีจีนอีก 5% บนสินค้านำเข้ารวม 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตสนับสนุนให้บริษัทสหรัฐฯ รีบถอนตัวออกจากจีน เพื่อกลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ สถานการณ์สงครามการค้าที่ยืดเยื้อและเริ่มทวีความรุนแรงในระลอกใหม่ คาดส่งผลกระทบกับหุ้นที่อิงภาวะเศรษฐกิจ อาทิ พลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคาร ขณะที่ส่งผลบวกต่อแนวโน้มการย้ายฐานการผลิต ซึ่งบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งทำให้โฟกัสการลงทุนยังอยู่ในกลุ่มหุ้นปลอดภัย หรือมีความมั่นคง

ลุ้นการผ่อนคลายของ Fed และ ECB หนุนตลาดช่วงก.ย.ฟื้นตัว ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย รวมถึงจำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ย แต่ยืนยันจะดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัวต่อไป ขณะที่ยอมรับว่า การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง เราประเมินตลาดระยะสั้นตอบรับปัจจัยลบสงครามการค้ายืดเยื้อ ก่อนจะเริ่มตั้งหลักได้จากการที่เฟด รวมถึงธนาคารกลางยุโรปจะเริ่มเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องในช่วงก.ย. โดยประเมิน SET Index มีแนวรับที่ 1624 และ 1600 จุด โดยมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 1650-1670 ในช่วงก.ย. จากการที่ธนาคารกลางยุโรป สหรัฐฯ และอาจรวมถึงญี่ปุ่นจะกลับมาดำเนินนโยบายผ่อนคลายพร้อมๆกันอีกครั้ง

เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน ยังเน้นหุ้นที่ Valuation ถูก หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ WHAUP, GUNKUL*, BCPG, EASTW*, BJC*, CPF, TU, GFPT, CPN, NNCL*, MFEC* เป็นต้น / เก็งกำไร หุ้นเล็ก AQUA*, EPCO*, VL* / กลุ่มธนาคาร ลุ้นฟื้นจากประกาศปันผลระหว่างกาลช่วงกลาง ส.ค. SCB, BBL, KBANK โดยควรกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง

ภาพรวมกลยุทธ์: มีโอกาสตอบรับเชิงลบต่อสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ SET Index มีแนวรับที่ 1624 และ 1600 จุด ใช้จังหวะลงแรง selective buy ในกลุ่มหุ้นปลอดภัย และหุ้นที่ Valuation ไม่แพง // หุ้นแนะนำวันนี้ WHA, WHAUP* เก็งกำไร EPCO* (เป้า 4.40 ตัดขาดทุน 4.10), VL* (เป้า 2.00 ตัดขาดทุน 1.50)

แนวรับ 1624 จุด / แนวต้าน : 1647-1650 สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุน

5 ชาติใหญ่เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย –กลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 5 ประเทศ กำลังเกิดภาวะถดถอย หรือ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ได้แก่ สหราชอาณาจักร (GDP 2Q62 หดตัวครั้งแรกในรอบ 7 ปี), เยอรมนี (GDP ติดลบ), อิตาลี (GDP จ่อหดตัว), บราซิล (จ่อหดตัว), และ เม็กซิโก (จ่อหดตัว)

สภาพัฒน์คงเป้า GDP ปี 62 โต 3% – สภาพัฒน์ ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 62 จะสามารถเติบโตได้ที่ระดับ 3% จากการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ยังคงแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

แบงก์ใหญ่เบรกปล่อยกู้กลุ่มรายได้ต่ำ – แบงก์ใหญ่ แตะเบรกปล่อยกู้คนรายได้ต่ำ 1.5 หมื่นต่อเดือน พร้อมลดออกแคมเปญกระตุ้นหวังลดภาระหนี้ ด้าน กสิกร ยกเลิกแคมเปญผ่อน 0% สินค้าฟุ่มเฟือย สนองนโยบายแบงก์ชาติ ขณะที่ ไทยพาณิชย์ มุ่งโฟกัสกลุ่มรายได้เกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือน

ประเด็นติดตาม: 27 ส.ค. – US consumer confidence เดือน ส.ค., 29 ส.ค. – US GDP 2Q62 / Initial Jobless Claim, 30 ส.ค.ดุลการค้าไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)