วิตกสหรัฐชัตดาวน์ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ

วิตกสหรัฐชัตดาวน์ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (28ธ.ค.)ปรับตัวลง หลังจากที่ตลาดปิดในแดนบวกติดต่อกัน 2 วันทำการ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังมีรายงานว่า คณะผู้แทนสหรัฐเตรียมเดินทางไปจีนวันที่ 7 ม.ค.ปีหน้า เพื่อเจรจาการค้ากับจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 76.42 จุดหรือ 0.33% ปิดที่ 23,062.40 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ร่วงลง 3.09 จุดหรือ 0.12% ปิดที่ 2,485.74 จุด และดัชนีแนสแด็กปรับตัวขึ้น 5.03 จุดหรือ 0.08 % ปิดที่ 6,584.52 จุด

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด โดยนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ออกแถลงการณ์ยืนยันในเวลาต่อมาว่า จีนและสหรัฐมีแผนที่จะเจรจาการค้าในเดือนม.ค.ปีหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมเจรจากันแบบหน้าต่อหน้าครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ตกลงที่จะสงบศึกการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นเวลา 90 วันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รัฐบาลจีน อนุญาตให้มีการนำเข้าข้าวจากสหรัฐ ท่ามกลางข้อพิพาทการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้  ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดถือเป็นสัญญาณครั้งใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า จีน ต้องการที่จะลดความตึงเครียดด้านการค้ากับสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจของจีนเริ่มชะลอตัว เนื่องมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาลง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ที่หน่วยงานสหรัฐถูกปิดดำเนินงานเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ประกาศเลื่อนการประชุมพิจารณางบประมาณชั่วคราวออกไปเป็นวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค. หลังจากที่การประชุมยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นการอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ยื่นของบประมาณสำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแคมเปญหาเสียงหลักของปธน.ทรัมป์ในปี 2559 แต่ทางฝั่งพรรคเดโมแครตยอมอนุมัติงบประมาณเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น โดยระบุว่า การสร้างกำแพงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน