น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดทะยานเกือบ4 ดอลล์

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดทะยานเกือบ4 ดอลล์

ขานรับตลาดหุ้นดีดแรง และรัสเซียมองราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 8% เมื่อคืนนี้ (26 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐ และจากการที่รัฐมนตรีพลังงานรัสเซียได้แสดงมุมมองในด้านบวกว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีเสถียรภาพในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 3.69 ดอลลาร์ หรือ 8.7% ปิดที่ 46.22 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 4.00 ดอลลาร์ หรือ 8% ปิดที่ 54.47 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดีดตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 1,000 จุดเมื่อคืนนี้ หลังจากมาสเตอร์การ์ด สเปนดิงพัลส์ รายงานว่า บริษัทค้าปลีกของสหรัฐทำยอดขายพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 6 ปีในช่วงเทศกาลวันหยุดปีนี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ

นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซีย คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และประเทศพันธมิตรนอกกลุ่มโอเปค ให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตเป็นอย่างดี

นายโนวัค ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ร่วงลงในช่วงก่อนหน้านี้ว่า เป็นผลจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจซบเซาลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงไม่ควรกังวลเรื่องราคาน้ำมันมากเกินไป

ในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา สมาชิก 15 ชาติของกลุ่มโอเปคได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 800,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปคจะปรับลดกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งจะทำให้มีการปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค.ปีหน้า

ด้านนายซูเฮล โมฮัมหมัด อัล มัสรูอี รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวว่า กลุ่มโอเปค และประเทศพันธมิตรนอกกลุ่มโอเปค  มีความพร้อมที่จะจัดการประชุมรอบพิเศษ หากการปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปัจจุบันไม่ทำให้ตลาดน้ำมันในปีหน้าปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) ได้เลื่อนการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมาเป็นวันศุกร์ (28ธ.ค.)นี้ จากกำหนดเดิมคือวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส