'ประยุทธ์' ยันรบ.ไม่เอื้อนายทุนอย่างที่ 'หม่อมอุ๋ย' โจมตี

'ประยุทธ์' ยันรบ.ไม่เอื้อนายทุนอย่างที่ 'หม่อมอุ๋ย' โจมตี

"ประยุทธ์" ย้ำอยู่ในตำแหน่ง จนกว่ามี "รัฐบาลใหม่" เตือน "ครม." ควรวางตัวอย่างไรในช่วงนี้ เมินโต้ "หม่อมอุ๋ย" ยันไม่เอื้อนายทุน โวสิ่งที่รบ.ทำเป็นผลดีต่อ "รบ.เลือกตั้ง"

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 เวลา 15.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมครม.ว่า ส่วนตัวได้ปรับตัวเองมาโดยตลอด ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำ วันนี้ทุกคนทราบดีว่านายกฯมีหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงนี้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา เป็นหน้าที่ที่ตนต้องรับผิดชอบ อีกส่วนคือหน้าที่หัวหน้าคสช. โดยได้ปลดล็อคไปหลายประการ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม นายกฯ ต้องทำตามกฏหมายที่มีอยู่ และวันนี้ได้ย้ำเตือนในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง ว่ารัฐมนตรีควรจะทำตัวอย่างไรบ้าง ตราบใดที่ยังไม่ขัดข้อกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (หม่อมอุ๋ย) อดีตรองนายกรัฐมนตรี วิจารณ์การทำงานของนายกฯและรัฐบาล โดยตั้ง 8 เหตุผลที่ไม่สนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่าหม่อมอุ๋ย ได้เน้นชัดว่ารัฐบาลนี้เอื้อนายทุนและคนสนิทที่ร่วมกันตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ยืนยันว่าผมไม่มีหรอก แล้วมันมีหรือไม่ล่ะ มันเกิดอย่างที่เขาพูดหรือไม่ ไม่ได้เกิดซักอัน”

เมื่อถามว่า ทำไมช่วงนี้ถึงมีการโจมตีนายกฯ ค่อนข้างมาก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไปถามเขาสิ ไปถามว่าเขาหวังผลอะไร” เมื่อถามถึงสำรวจของของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ซึ่งถามประชาชนเกี่ยวกับการบริหารงาน 4 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองแค่ผลงานหรือประเมินค่าของรัฐบาล หรือใครรักไม่รักตนและรัฐบาล เพราะสิ่งเหล่านี้จะต้องมาจากประชาชน วันนี้มีสถิติออกมามากมาย บางแห่งก็สูงบางแห่งต่ำ บางที่ 60 % บางที่ 40% บางที่เหลืออยู่แค่ 30% การรักนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะคนไม่ชอบอย่างไรก็จะไม่ชอบ ส่วนคนชอบอย่างไรก็ชอบ แต่ส่วนตัวเป็นห่วงคนตรงกลาง ต้องระมัดระวังการบิดเบือน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนี้น่าจะเป็นผลดีต่อทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะอย่างน้อยจะทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะมีแผนงาน กฎหมาย ตัวชี้วัดในทุกกิจกรรม อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้าใจในยุทธศาสตร์ชาติ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทุกคนใช้ความพยายาม ก็จะเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ และขอขอบคุณประชาชนที่เข้าใจ แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็จะอธิบายให้มากขึ้น