กังวลน้ำมันล้นตลาดฉุดราคาปิดร่วงกว่า6%

กังวลน้ำมันล้นตลาดฉุดราคาปิดร่วงกว่า6%

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (24ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายในวันนี้เป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์  ร่วงลง 3.06 ดอลลาร์  หรือ 6.7%  ปิดที่ราคา 42.53 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 6.2% หรือ 3.35 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ราคา 50.47 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 10 แท่น สู่ระดับ 883 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันมากที่สุด นับตั้งแต่สัปดาห์ต้นเดือนพ.ย.

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สหรัฐมีการผลิตน้ำมัน 11.7 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้สหรัฐเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยแซงหน้ารัสเซีย ซึ่งมีการผลิตน้ำมัน 11.42 ล้านบาร์เรล/วัน และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของรัสเซีย

สำหรับข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนั้น นายซูเฮล โมฮัมหมัด อัล มัสรูอี รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และประเทศพันธมิตรนอกกลุ่มโอเปค มีความพร้อมที่จะจัดการประชุมรอบพิเศษ หากการปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปัจจุบันไม่ทำให้ตลาดน้ำมันในปีหน้าปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล

ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. สมาชิก 15 ชาติของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 800,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปค จะปรับลดกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งจะทำให้มีการปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค.ปีหน้า