นายกฯ เผยรู้อยู่มา4ปี คนเบื่อหน้าแต่โกรธไม่ได้เป็นเรื่องจิตใจมนุษย์

นายกฯ เผยรู้อยู่มา4ปี คนเบื่อหน้าแต่โกรธไม่ได้เป็นเรื่องจิตใจมนุษย์

"ประยุทธ์" ลุย "เมืองนนท์" ปัดไม่ได้หวังผลการเมือง ชี้ "บัตรคนจน" ไม่ได้ทำเพื่อให้ชอบ รับอยู่มา 4 ปีคนเบื่อหน้าแต่โกรธไม่ได้เป็นเรื่องจิตใจมนุษย์

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.61 เวลา 12.45 น. ที่วัดบางไผ่ พระอารามหลวง ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับ ประมาณ 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นอสม.ที่ทางจังหวัดนำพา และยังมีนายทศพล เพ็งส้ม อดีตส.ส.นนทบุรี ประชาธิปัตย์ ปัจจุบันเป็นฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ และภรรยา นางภัทธมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ร่วมต้อนรับ

โดยนายกฯ เป็นประธานสักขีพยานในการมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้พิการ จำนวน 20 ราย และนายกฯ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ที่มาในวันนี้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการตรวจเยี่ยมปกติตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดในปริมณฑล การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นจังหวัดรอบนอกของ กทม. ต้องขอขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่น ยืนยันว่าเป็นการมาด้วยใจของตนเอง และได้รับน้ำใจของทุกคนกลับไป ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานต่อไป การที่มีรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการมาด้วยนั้น ก็เป็นเพราะนายกฯ ลงพื้นที่ ทุกคนก็ต้องมาเพื่อที่จะได้มีการซักถามและตอบคำถามต่างๆ อย่างเช้าวันเดียวกันนี้ก็ได้รับฟังความคิดเห็นจากชาวสมุทรปราการบางคน ก็ส่งเอกสารมาให้ช่วยเหลือก็ได้ส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของทุกนายกฯและทุกๆรัฐบาลที่จะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมในลักษณะนี้ เพราะคงจะฟังฝ่ายข้าราชการอย่างเดียวคงไม่ได้

นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาของทุกคนนั้น ตนทราบดีเพราะเป็นปัญหาพื้นฐานของคนไทย สิ่งที่รัฐบาลแก้ปัญหาทุกวันนี้ก็เพื่อให้เกิดความยั่งยืน อย่างปัญหาทุเรียนเมืองนนท์ที่ถูกน้ำท่วมจนเกือบจะสูญพันธุ์ ทราบว่าวันนี้ก็ได้มีการขยายพันธุ์ต่อโดยใช้ดีเอ็นเอ ซึ่งรัฐบาลยินดีที่จะส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการปราศรัยพบปะกับชาวบ้านนนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายต่างๆที่ได้ดำเนินการอาทิโครงข่ายการเชื่อมโยงการคมนาคม การสร้างรายได้ การพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมทั้งได้ยืนยันว่าจะลงพื้นที่ไม่ได้มาเรื่องของการเมืองหรือเพื่อมาหาเสียงใดๆ เพียงแต่ต้องการมาติดตามงานและนโยบายที่ได้ดำเนินการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ดีใจที่มาพบกับทุกคน ซึ่งตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเยียนนานแล้ว เพราะเป็นจังหวัดในปริมณฑล เป็นจังหวัดของที่อยู่อาศัยมีความหนาแน่นในลำดับ 2 ของประชากรในประเทศ ต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างเช่นการหาเงินมาแล้วแก้ไขไปแม้จะทำได้แต่ก็ไม่ยั่งยืน จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันในทุกๆจังหวัด

“ทุกคนคงฟังผมพูดมาเยอะแล้ว ขอย้ำอีกครั้งว่าวันนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง ไม่ได้มาเพื่อให้สนับสนุนพรรคใดทั้งสิ้น ผมมาด้วยตัวของผมเอง มาด้วยรัฐบาลนี้ จำเป็นที่ต้องมาพบกับทุกคนเพื่อทำความเข้าใจ สื่อสารว่าจะร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลกำหนดออกมานั้นก็เพื่อคนทุกคนทุกวัยเป็นการดูแลในรูปแบบสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้มาชอบตน ทุกอย่างทำมาตามขั้นตอนเมื่อถึงเวลาก็ทำเพิ่มเติมให้ วันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของรัฐบาลต่อไปที่จะมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อ ไม่ใช่มาว่ากันไปมาและผมก็ไม่เคยไปว่าอะไรใคร และไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรที่ดีขึ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ผ่านมา เราก็ยอมรับในกติกามาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อถึงเวลาก็ควรยอมรับกติกากันบ้าง กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น ขอให้ทุกคนเข้าใจในตรงจุดนี้" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่เข้ามาทำงานช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่านานเหลือเกิน เบื่อหน้านายกฯ แล้ว อยู่มา 4-5 ปี น่าเบื่อเหลือเกิน แต่ตนกลับรู้สึกว่าเวลามันรวดเร็ว ที่ว่าเร็วไม่ใช่เพราะว่าอยากอยู่ต่อ แต่เร็วเพราะการแก้ไขปัญหาหลายอย่างยังไม่จบ ใช้เวลามากขนาดนี้ อยากถามว่าแล้วถ้าไม่มีรัฐบาล แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ที่ทุกคนจะต้องเลือกเข้ามา รัฐบาลหน้าก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะเลือกเข้ามาไม่ใช่ตน เพราะแม้แต่ตนจะบอกให้เลือกแล้วพวกท่านจะเลือกตามหรือ มันทำไม่ได้ผิดกฎหมาย ดังนั้นทุกคนมีหน้าที่ที่จะเลือกด้วยตัวเอง แต่ขอความกรุณาให้เลือกด้วยเหตุและผล ควรจะต้องเลือกคนที่มีความรู้ มีคุณธรรม มีความตั้งใจดี มีความปรารถนาดีเข้ามา ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ใช่พูดแค่ดิสเครดิตตรงนั้นตรงนี้ ว่าทุกคนไปหมดมันไม่ได้จะทำให้ทุกอย่างชะงักไปเสียทั้งหมด หลายอย่างที่เคยได้รับความร่วมมือก็จะเสียหาย และทำให้เสียเวลา ตนไม่ได้รังเกียจใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องกลไกทางการเมือง และประชาธิปไตยก็ว่ากันไป การที่ตนเข้ามา 4-5 ปีก็เพื่อแก้ไขปัญหา หลายอย่างเป็นปัญหาที่ทับถมมานานเราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร

นายกฯ กล่าวว่า การเดินหน้าประเทศถ้าไม่ต้องมัวแต่แก้ไขปัญหาก็คงไม่ยาก แต่ปัญหาที่ผ่านมามันพะรุงพะรังมายาวนาน จึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนจึงต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อเดินหน้าประเทศ และติดตามข่าวสารต่างๆ ที่เป็นข้อเท็จจริง ดีกว่าติดตามข่าวสารที่เป็นเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งกัน ถ้าทุกคนมองแต่เรื่องความขัดแย้งก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา เสียเวลาไม่ได้ฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์เพราะมัวแต่ไปฟังสิ่งที่เป็นความขัดแย้ง

“วันนี้ที่ผมมาไม่ได้ต้องการเพื่อสร้างความแตกแยกใดๆ ผมมาในฐานะรัฐบาล และผมมาก็ไม่ได้เพื่อหวังผลทางการเมือง วันนี้คนจะรักหรือชอบเราไปบังคับใครไม่ได้เป็นเรื่องของจิตใจมนุษย์ ยากแท้หยั่งถึง หลายคนก็ไม่ชอบผมและผมก็ไปโกรธเกลียดท่านไม่ได้ ถึงจะรู้ผมก็โกรธไม่ได้ เพราะเขาเข้าใจแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร วันข้างหน้าอาจจะเข้าใจมากขึ้น แต่คนที่เข้าใจอยู่แล้วก็ควรจะช่วยผม ให้เกิดความเข้าใจและมั่นใจเชื่อมั่นในโครงการที่ทำออกมา แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ 100 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งคนได้และเสียประโยชน์" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราทำงานโดยมีประชาชนเป็นส่วนร่วมโดยบ้านเมืองต้องมั่นคง วันนี้บ้านเมืองสงบ มั่นคงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ถนนไม่ถูกปิด เดินทางไปไหนมาไหนได้ ตนไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจ หรืออาวุธปืนไปบังคับใคร ก็ไม่เห็นจำเป็น ประชาชนดูแลกันได้อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าไม่ไปร่วมความขัดแย้งกับเขา ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิดก็อีกเรื่องหนึ่ง ประชาธิปไตยก็ควรจะไปในทางที่ถูกที่ควร อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน ทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ เราต้องการเดินหน้าไปแบบมั่นคงสงบเรียบร้อย ไปมาค้าขายได้แม้จะค้าขายไม่ดีแต่มันก็ค้าขายได้ แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้ ค้าขายไม่ได้ มันแย่ยิ่งกว่า ฉะนั้น ขอให้เข้าใจว่าอะไรคือความมั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไม่มีใครละเมิด ถ้าผิดก็ร้องศาล ร้องทุกข์กล่าวโทษ รัฐบาลนี้ใช้การดำเนินการทางกฎหมาย แม้หลายคนจะบอกว่าตนมีอำนาจเยอะ ซึ่งตนไม่อยากจะใช้อำนาจเพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น