2,746 คนผ่านด่านสู่เลือกส.ว.ระดับประเทศ

2,746 คนผ่านด่านสู่เลือกส.ว.ระดับประเทศ

กกต. สรุปผลการเลือก ส.ว. ระดับจังหวัดทั่วประเทศ 2,746 คน กทม.ครองแชมป์ได้รับเลือกมากที่สุด 74 คน เตือนผู้สมัครอย่ามาสายต้องเขียนด้วยตัวเลขอารบิกเท่านั้น ย้ำคะแนนเท่ากันต้องจับสลากตัดสิน

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.61 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงจำนวนผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา รวม 7,056 คน โดยแยกเป็นสมัครด้วยตนเอง 6,551 คน สมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนาชื่อจากองค์กร 505 คน มีผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด 2,746 คน แยกเป็นเพศชาย 2,116 คน และเพศหญิง 630 คน โดยสมัครด้วยตัวเอง 2,294 คน สมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อจากองค์กร 452 คน ประกอบด้วย

กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง สมัครด้วยตนเอง 264 คน องค์กรแนะนำ 30 คน รวม 294 คน , กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สมัครด้วยตนเอง 187 คน องค์กรแนะนำ 70 คน รวม 257 คน , กลุ่มการศึกษาและการสาธารณสุข สมัครด้วยตนเอง 275 คน องค์กรแนะนำ 71 คน รวม 346 คน , กลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง สมัครด้วยตนเอง 284 คน องค์กรแนะนำ 52 คน รวม 336 คน , กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน / อาชีพอิสระ สมัครด้วยตนเอง 217 คน องค์กรแนะนำ 14 คน รวม 231 คน , กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม สมัครด้วยตนเอง 149 คน องค์กรแนะนำ 29 คน รวม 178 คน

กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบธุรกิจ หรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว สมัครด้วยตนเอง 227 คน องค์กรแนะนำ 35 คน รวม 262 คน , กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น ประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ สมัครด้วยตนเอง 276 คน องค์กรแนะนำ 107 คน รวม 383 คน , กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา สื่อสารมวลชน ผู้สร้างวรรณกรรม สมัครด้วยตนเอง 187 คน องค์กรแนะนำ 26 คน รวม 213 คน และ กลุ่มอื่นๆ (ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามย่อมมีสิทธิสมัครในกลุ่มอื่นๆ) สมัครด้วยตนเอง 228 คน องค์กรแนะนำ 18 คน และ 246 คน

จังหวัดที่มีผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด มากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 74 คน , นครราชสีมา 57 คน , ราชบุรี 56 คน , ปทุมธานี 53 คน และ สงขลา 52 คน จังหวัดที่มีผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด น้อยที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย บึงกาฬ 12 คน , สิงห์บุรี และ ชุมพร 16 คน , นครนายก และ พังงา 17 คน อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต. จะดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ในวันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ฮอล 2 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อให้ได้ผู้สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา 200 คน แล้วเสนอบัญชีรายชื่อให้ คสช. คัดเลือกเหลือ 50 คน

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวด้วยว่า จากการเลือก ส.ว.ระดับจังหวัดพบปัญหาว่ามีผู้สมัครมารายงานตัวไม่ทันเวลา 08.00 -09.00 น. ทำให้ถูกตัดสิทธิ์จำนวนหลายคน ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถยื่นศาลได้ เพราะมีการกำหนดกรอบเวลาไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน ถึงกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน จึงต้องยึดตามนั้น ไม่สามารถอนุโลม นอกจากนี้ยังพบปัญหามีผู้สมัครลงคะแนนในบัตรลงคะแนนด้วยเลขไทย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้เลขอารบิกเท่านั้น เพราะเขียนด้วยเลขไทยอาจจะเป็นการทำสัญลักษณ์ให้ผู้สมัครรายอื่นเห็นว่า บัตรเลือกตั้งใบนั้นเป็นของใคร อาจจะมีการตกลงกันไว้ก่อนว่าจะลงคะแนนเป็นเลขไทย จึงต้องกำหนดให้ใช้เลขอารบิกเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นในการเลือก ส.ว.ระดับประเทศจึงขอให้ผู้สมัครเตรียมตัวให้พร้อมและไปรายงานตัวให้ทันเวลา รวมทั้งศึกษาวิธีการลงคะแนนที่ถูกต้องด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องลงการลงคะแนนที่ผลออกมาเท่านั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า เมื่อมีคะแนนเท่ากันก็ต้องจับสลาก ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ แม้จะมีผู้สมัครบางคนไม่เห็นด้วยกับการผ่านการคัดเลือกเข้ามาด้วยวิธีการจับสลาก แต่ระเบียบและกฎหหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า หากคะแนนเท่ากันให้จับสลาก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกในระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ซึ่งถ้าคะแนนเท่ากันก็ใช้วิธีนี้มาโดยตลอด และไม่ใช่เพิ่งนำมาใช้ในการเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นครั้งแรก