เอสเอ็มเอ็ม ชนซิลลิ่ง หลังจ่อเพิ่มทุน 2.15 หมื่นลบ.- แบ็คดอร์ ลิสติ้ง

เอสเอ็มเอ็ม ชนซิลลิ่ง หลังจ่อเพิ่มทุน 2.15 หมื่นลบ.- แบ็คดอร์ ลิสติ้ง

"สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย" เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยโอนกิจการสื่อทั้งหมดให้บริษัทที่จัดตั้งใหม่ และจ่อเพิ่มทุนกว่า 2 หมื่นล้านหุ้น ชำระค่าตอบแทนเพื่อรับโอนกิจการทั้งหมดของ ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 เพื่อ Backdoor Listing พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ SMM เมื่อเวลา 10.40 น. ราคาพุ่งขึ้นชนซิลลิ่งที่ 29.41% มาอยู่ที่ 1.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท มูลค่าซื้อขาย 18.18 ล้านบาท ด้านเช้านี้บริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการโอนกิจการบางส่วน ซึ่งได้แก่ กิจการหนังสือต่างๆ กิจการผลิตจัดรายการทางโทรทัศน์และวิทยุ กิจการซื้อขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม และกิจการสิ่งพิมพ์และอื่นๆ ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงทรัพย์สิน หนี้สินเฉพาะส่วนที่เป็นหนี้ทางการค้า หนี้เงินกู้อื่นที่ไม่ติดเงื่อนไข ให้แก่บริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นใหม่ คาดว่าธุรกรรมการโอนกิจการบางส่วนนั้น จะสามารถเริ่มและดาเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562

ทั้งนี้ภายหลังการปรับโครงสร้างกิจการของบริษัทฯ และการเข้าทำธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมด บริษัทฯ จะประกอบธุรกิจในลักษณะ Holding Company หรือประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น นอกจากนี้มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดตามแผนการรับโอนกิจการทั้งหมดระหว่างบริษัทฯ กับบริษัท ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 จำกั ด(“TAH2”) ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญจานวน 399,565 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท ในบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (“PDITL”) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.29 หมื่นล้านบาท และบริษัทจะออกหุ้นเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 2.15 หมื่นล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขาย 0.60 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 1.29 หมื่นล้านบาท ชำระเป็นค่าตอบแทน

ขณะที่บริษัทจะออกหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 2.25 หมื่นล้านหุ้น แบ่งเป็น จัดสรรจำนวน 2.15 หมื่นล้านหุ้น เป็นค่าตอบแทนรับโอนกิจการทั้งหมดให้ TAH2 และจัดสรรจำนวนไม่เกิน 1 พันล้านหุ้น เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ได้แก่ นายรีวิน เพทายบรรลือ และนายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งทั้งสองรายจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วน 4.38% และคณะกรรมการอนุมัติการยื่นคำขอให้พิจารณารับหลักทรัพย์ใหม่กับตลาดหลักทรัพย์ฯ (Relisting) ของบริษัทฯ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับหุ้นสามัญของบริษัทฯ เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากการเข้าทำธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดดังกล่าวจัดเป็นรายการประเภทที่ 4 หรือการเข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์โดยทางอ้อม (Backdoor Listing) โดยตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นอกจากนี้บริษัท จะเปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จากัด และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ เป็น STARK พร้อมเพิ่มวัตถุประสงค์ของบริษัท โดยให้เพิ่มข้อความ ดังนี้ ตั้งโรงงานผลิตสายไฟฟ้า สายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายลวดทุกชนิด และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ทุกประเภท เพื่อจำหน่ายรวมทั้งรับจ้างผลิตสายไฟฟ้าและสายลวดทุกชนิดให้กับบุคคลภายนอกด้วย ซื้อและจำหน่ายเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักรกล และเครื่องทุ่นแรงทุกชนิด รวทั้งสายไฟฟ้า สายเคเบิล สายโทรศัพท์ อุปกรณ์โทรคมนาคมและพลังงาน สายลวด และสายเคเบิลทุกชนิด ทั้งนี้ บริษัทกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 29 มีนาคม 2562