ดาวโจนส์บวกวันที่ 2 รับผลประกอบการแกร่ง

ดาวโจนส์บวกวันที่ 2 รับผลประกอบการแกร่ง

ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการพบปะกันนอกรอบการประชุมจี20 ที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาในเดือนหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (31ต.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเฟซบุ๊ค และเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการพบปะกันนอกรอบการประชุมจี20 ที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาในเดือนหน้า

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 241.12  จุดหรือ 0.97% ปิดที่ 25,115.76 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  เพิ่มขึ้น 29.11 จุดหรือ 1.09% ปิดที่ 2,711.74 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 144.25 จุดหรือ 2.01% ปิดที่ 7,305.90 จุด

อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีดาวโจนส์สามารถดีดตัวขึ้นในวันนี้ แต่ก็มีแนวโน้มร่วงลง 6% ในเดือนนี้ ทำสถิติเป็นเดือนที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2558 โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และการประกาศผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง

ราคาหุ้นของจีเอ็ม บริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น 6% ในวันนี้ หลังจากที่บริษัทเปิดเผยกำไร และรายได้พุ่งขึ้นเกินคาดในไตรมาส 3 โดยบริษัทเปิดเผยว่า มีกำไร 1.87 ดอลลาร์/หุ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.25 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่มีรายได้ที่ระดับ 3.579 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.485 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนราคาหุ้นเฟซบุ๊ค ดีดตัวขึ้น 4.8% ขานรับผลประกอบการที่ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ และช่วยหนุนให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันนี้