SEAFCO - ซื้อ

SEAFCO - ซื้อ

Golden pile

SEAFCO เป็นบริษัทที่มีศักยภาพทั้งระยะสั้น และระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 1) กำไร 3Q18 โตแรง 45%YoY 2) ศักยภาพในการได้งานเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้งานเพิ่มส่งผลให้ Backlog ยังอยู่ในระดับสูง 3) โอกาสที่จะเห็นตลาดปรับกำไรขึ้น จากการรายงานกำไรที่โดดเด่นมาโดยตลอด และ 4) ตลาดยังไม่ได้ให้มูลค่ากับ
โครงการภาครัฐฯ ขนาดใหม่ที่เตรียมประมูล หากมีการออก TOR เรียกประมูล เรามองว่าหุ้นจะตอบสนองแรง เราแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.90 บาท

กำไร 3Q18 โตแรงไม่หยุด

คาดกำไร 3Q18 ที่ 90 ล้านบาท เติบโต 45%YoY และ ทรงตัวสูง QoQ ได้ปัจจัยหนุนจากการเดินเครื่องอย่างเต็มกำลังใน 2 โครงการใหญ่อย่างเต็มที่ คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม และ โครงการ One Bangkok คาดรายได้จะยืนสูงในระดับ 700 ล้านบาท เติบโต 77%YoY และ 7%QoQ เพราะเป็นการรับรู้รายได้โครงการเดิมต่อเนื่องจาก 2Q18 และคาดอัตรากำไรขั้นต้นยืนสูงในระดับ 20% (ใกล้เคียงกับ 2Q18) เพราะการทำงานโครงการขนาดใหญ่นั้นสามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาย้ายเครื่องจักรไปที่หน้างานเล็กๆหลายๆแห่ง

การได้งานเพิ่ม ช่วยพยุง Backlog ให้อยู่ระดับสูง

บริษัทได้รับงานเพิ่ม 750 ล้านบาท ในเดือนตุลาคมนี้ หนึ่งในนั้นเป็นโครงการ One Bangkok Zone 4 ซึ่งบริษัทดำเนินการอยู่ใน Zone อื่นอยู่แล้ว และได้มาร์จิ้นที่ดี ซึ่งการได้งานใหม่นั้นช่วยพยุงให้ Backlog ไม่ปรับตัวลงจากไตรมาสก่อนที่ระดับ 2,800 ล้านบาท มากนัก ด้วย Backlog จำนวนนี้จะช่วยรองรับรายได้ไปจนถึงกลางปีหน้า เป็นอย่างน้อย

โอกาสที่จะเห็นตลาดปรับกำไรขึ้นหลังงบออก

เรามองว่า Consensus จะปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังจากงบออก เพราะกำไร 9 เดือนจะคิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปี (เราและ consensus ทำประมาณการกำไรปีนี้ใกล้เคียงกันที่ราว 300 ล้านบาท) ปัจจุบันเราคาดรายได้ในปี 2018-19 ที่ 2.2 และ 2.5 พันล้านบาท ในขณะที่เราทำประมาณการกำไรที่ราว 300 ล้านบาท ทั้งปี 2018 และ 19 เพราะเราใช้สมมุติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเชิงอนุรักษ์นิยม อนึ่งใน 1H18 บริษัททำ net margin ได้สูงกว่าที่เราคาดราว 1%point ซึ่งประมาณการกำไรปี 2019 ของเรายังมีอัพ
ไซด์ราว 15% หากบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรในระดับสูงได้

โครงการภาครัฐ ยังคงอยู่ในก้อนเมฆ … รอวันเปล่งประกาย

โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานหลายโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ แต่ตลาดอาจจะยังไม่ให้มูลค่า (ยังไม่ priced-in) ในขณะนี้เพราะยังไม่มั่นใจในวันที่ออก TOR อย่างแน่นอน โดยโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท และยังมีการขยายท่าเรืออู่ตะเภา และมาบตาพุด เป็นต้นเรามองว่าทันทีที่การออก TOR เรียกประมูลอย่างเป็นทางการ ตลาดจะมีความมั่นใจในการเติบโต 2-3 ปีข้างหน้ามากขึ้น